ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.40/41 อ่อนค่าหลังราคาทองร่วง คาดกรอบพรุ่งนี้ 33.20-33.50

          นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ 33.40/41 บาท/ดอลลาร์ จากเปิดตลาดที่
ระดับ 33.35/65 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.34 - 33.65 บาท/ดอลลาร์
          เงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่า ทิศทางเดียวกับค่าเงินในภูมิภาค จากปัจจัยราคาทองคำที่ย่อลง ทำให้เงินบาทในช่วงเช้าอ่อนค่า
ไปค่อนข้างมาก และในช่วงใกล้ปิดตลาดเงินบาทค่อย ๆ กลับมา
          สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามคืนนี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของทั้งฝั่งสหรัฐฯ และยุโรป และรายงาน
สรุปภาวะเศรษฐกิจ จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
          นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ไว้ที่ 33.20 - 33.50 บาท/ดอลลาร์

          * ปัจจัยสำคัญ
          - เงินเยน อยู่ที่ระดับ 141.83/86 เยน/ดอลลาร์ จากเมื่อเช้าที่ระดับ 142.00 เยน/ดอลลาร์
          - เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1426/1427 ดอลลาร์/ยูโร จากเมื่อเช้าที่ระดับ 1.1370 ดอลลาร์/ยูโร
          - ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ 1,153.77 จุด เพิ่มขึ้น 9.72 จุด (+0.85%) มูลค่าซื้อขาย 38,239.64 ล้านบาท
          - สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 2,850.44 ล้านบาท
          - นายกสมาคมค้าทองคำ มองสถานการณ์ราคาทอง (96.5%) ขายปลีกในประเทศที่ปรับตัวลงมากในวันนี้เกิดจากแรงเทขาย
ทำกำไรของกองทุน หลังจากที่ราคาทองในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา 
แต่ทิศทางขาลงน่าจะเป็นปรับตัวลงมาพักฐานในช่วงสั้น ๆ และปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกในระยะกลางและระยะยาว เนื่องจากมีปัจจัยหนุนสำคัญใน
เรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ในเร็ววันนี้
          - นักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป ระบุว่า จากโครงสร้างราคาทองคำปัจจุบันยังคงแสดงภาพของแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน โดย
มีแนวรับสำคัญที่ 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากเกิดการพักตัว ก็จะเป็นเพียงการพักตัวในแนวโน้มขาขึ้น และมีแนวรับระยะสั้นภายใน
สัปดาห์ ที่ 3,285 หรือ 3,225-3,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ คิดเป็นราคาทองคำไทย ประมาณ 51,700 หรือ 50,800 บาท ส่วนแนวต้าน 
อยู่ที่ระดับ 3,485 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ 3,552 ดอลลาร์ต่อออนซ์ คิดเป็นราคาทองคำไทย 54,500 และ 55,300 บาท ตามลำดับ
          - อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศ
ไทย ในไตรมาสแรกของปี 2568 (ม.ค.-มี.ค.68) จำนวน 272 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 47,033 ล้านบาท
          - ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวในวันนี้ว่า มาตการภาษีนำเข้าและสงครามการค้าบั่นทอนสิทธิและผลประโยชน์อันชอบ
ธรรมของทุกประเทศ ทำลายระบบการค้าพหุภาคี และส่งผลกระทบต่อระเบียบเศรษฐกิจโลก
          - แบงก์ ออฟ อเมริกา (Bank of America - BofA) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชียในปี 2568 
โดยเตือนว่าความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และแรงกดดันด้านภาษีศุลกากร จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคอย่าง
หนัก
          - ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขามินนีแอโพลิสกล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับการปรับขึ้นหรือลด
อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และผลกระทบที่อาจ
เกิดขึ้นต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจโดยรวม