ดีมานด์ทองคำสหรัฐฯพุ่ง เทรดเดอร์แห่ตุนก่อนทรัมป์บังคับใช้มาตรการภาษี

ความต้องการทองคำที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งของสหรัฐฯ กำลัง “ดูด” ทองคำออกจากบางประเทศ เนื่องจากเทรดเดอร์พยายามกักตุนทองคำก่อนที่มาตรการภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศใช้กับแคนาดาและเม็กซิโกจะเริ่มมีผลบังคับใช้

เอเดรียน แอช ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของบริษัท BullionVault เปิดเผยกับซีเอ็นบีซีว่า “มีทองคำปริมาณมากอยู่ในคลังของรัฐนิวยอร์ก”

ข้อมูลจากสภาทองคำโลก (WGC) ระบุว่า ทองคำกว่า 600 ตัน หรือเกือบ 20 ล้านออนซ์ ได้ถูกขนส่งเข้าไปในคลังของรัฐนิวยอร์กตั้งแต่เดือนธ.ค. 2567 ขณะที่จอห์น รี้ด นักกลยุทธ์ด้านตลาดฝ่ายกิจการเอเชียและยุโรปของ WGC กล่าวว่า โดยปกติแล้วทองคำในปริมาณนี้ไม่ได้อยู่ในนิวยอร์ก

“คุณจะเก็บทองคำไว้ที่นั่นก็ต่อเมื่อมีสถานการณ์ที่ไม่ปกติเกิดขึ้นเท่านั้น” รี้ดกล่าวกับซีเอ็นบีซี

ความวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรได้กระตุ้นให้ธนาคารพาณิชย์ นักลงทุน และเทรดเดอร์ในสหรัฐฯ โยกย้ายทองคำไปยังศูนย์แลกเปลี่ยนสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities Exchange Centre) และคลังอื่น ๆ ในนิวยอร์ก ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะถูกเก็บไว้ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ

นิกกี้ ชีลส์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ด้านโลหะจากบริษัท MKS Pamp กล่าวว่า “มีกระแสความวิตกกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรที่กำลังจะบังคับใช้กับแคนาดาและเม็กซิโกจะส่งผลกระทบต่อทั้งทองคำและโลหะเงิน”

ปธน.ทรัมป์ประกาศว่า มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 25% จากเม็กซิโกและแคนาดาจะมีผลบังคับในวันที่ 4 มี.ค. แต่นักวิเคราะห์บางรายกล่าวว่า นักลงทุนมีความวิตกกังวลว่ามาตรการเรียกเก็บภาษีจะถูกนำไปใช้กับประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากเม็กซิโกและแคนาดา โดยชีลส์กล่าวว่า นักลงทุนกังวลว่ามาตรการภาษีของปธน.ทรัมป์อาจขยายวงกว้างไปยังสหราชอาณาจักรและสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทองคำที่ใหญ่เช่นกัน

“ความกังวลที่ใหญ่ที่สุดคือ อาจมีการเรียกเก็บภาษีที่ครอบคลุมถึงสินค้าทุกประเภทที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ และอาจรวมถึงทองคำด้วย” นิคอส คาวาลิส กรรมการผู้จัดการบริษัท Metals Focus กล่าว

ทั้งนี้ แคนาดาและเม็กซิโกอยู่ในกลุ่มผู้ส่งออกทองคำรายใหญ่ที่สุดไปยังสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ นำเข้าทองคำจากแคนาดามากที่สุด รองลงมาคือสวิตเซอร์แลนด์ โคลอมเบีย เม็กซิโก และแอฟริกาใต้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ก.พ. 68)

Tags: , ,
Back to Top