มท.1 เดินหน้าปฏิบัติการ Seal Stop Safe สั่งยกระดับคุมเข้มชายแดนไทย หยุดวงจรยาเสพติด-อาชญากรรม

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มีข้อสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้ยกระดับความเข้มงวดในการเข้า-ออก จุดผ่านแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด และการจัดระเบียบสังคม ตลอดจนการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมตามแนวชายแดนควบคู่ไปด้วย อาทิ การค้ามนุษย์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นภารกิจปฏิบัติการภายใต้กรอบแนวคิด “Seal พื้นที่ชายแดน Stop หยุดวงจรยาเสพติดอาชญากรรมชายแดน Safe พื้นที่ปลอดภัย”

ข้อสั่งการดังกล่าว สืบเนื่องจากนโยบายปราบปรามยาเสพติดเชิงรุกของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งนำไปสู่ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดปฏิบัติการดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 ม.ค.68 พร้อมมอบนโยบายในการดำเนินงานสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจในการปฏิบัติงาน และสามารถเร่งรัดการดำเนินงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

โดยแนวทางการยกระดับความเข้มงวดในการเข้า-ออก จุดผ่านแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านตามข้อสั่งการดังกล่าว ได้แก่

1. บังคับใช้กฎหมายในทุกกรณีที่เป็นกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในพื้นที่ โดยเน้นการกระทำที่ฝ่าฝืนระเบียบกฎหมายทุกกรณีที่ทุกหน่วยงานมีหน้าที่เพื่อดำเนินการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย การจัดระเบียบสังคมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยใช้กลไกชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองทุกจังหวัด/อำเภอ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในการหาข่าว/เบาะแสเพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิด และการยึดอายัดสิ่งของผิดกฎหมายทุกประเภท รวมถึงการตรวจตรากลุ่มแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานและอาศัยอยู่ในประเทศ โดยขอให้ดำเนินการตรวจสอบเอกสารบัตรประจำตัวผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทย (บัตรชมพู) หรือหลักฐานการมีสิทธิ์อยู่หรือทำงานในประเทศให้ถูกต้องตามกฎหมายและ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง

2. ให้หน่วยงานในพื้นที่ที่มีหน้าที่ และอำนาจในการให้บริการสาธารณูปโภคภายในจังหวัด ประกอบด้วย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการประปาส่วนภูมิภาค ตรวจสอบการจำหน่ายไฟฟ้า และน้ำประปาไม่ให้ไปมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือสนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมาย

3. ให้จังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่ติดกับเมียนมา และ สปป.ลาว รวมทั้งพื้นที่จังหวัดตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เรื่อง กำหนดพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และผู้รับผิดชอบ เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 14 จังหวัด 51 อำเภอ ประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับความเข้มงวดในการเข้าออกจุดผ่านแดน ทั้งจุดผ่านแดนถาวร จุดผ่อนปรนการค้า จุดผ่อนปรนพิเศษ จุดผ่านแดนชั่วคราว จุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยว และช่องทางธรรมชาติ โดยเพิ่มมาตรการความเข้มงวดในการตรวจค้นยาเสพติด สิ่งของ ยานพาหนะ หรืออุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ และสิ่งผิดกฎหมายทุกประเภทในการเดินทางเข้า-ออกประเทศ

4. จัดให้มีระบบการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน เพื่อนำผลการปฏิบัติงานมาใช้ในการพิจารณามาตรการความดีความชอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ก.พ. 68)

Tags: , , , ,
Back to Top