มาร์เก็ตแคปเทสลาดิ่งหลุด 1 ล้านล้านดอลล์ เหตุหุ้นร่วงหนักหลังยอดขายในยุโรปทรุด

หุ้นเทสลา (Tesla) ร่วงลง 8% ในวันอังคาร (25 ก.พ.) ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของเทสลาดิ่งลงต่ำกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2567 หลังยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของเทสลาในยุโรปทรุดหนักในเดือนม.ค.

สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปรายงานว่า ยอดขายของเทสลาในยุโรปลดลง 45% เมื่อเทียบกับยอดขาย EV โดยรวมในยุโรปที่เพิ่มขึ้น 37%

ยอดขายที่ลดลงนี้ตอกย้ำถึงความท้าทายที่เทสลากำลังเผชิญ หลังจากยอดการส่งมอบรถ EV ทั่วโลกของเทสลาปรับตัวลงในปีที่แล้ว ซึ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเทสลา ในการเร่งออกรถรุ่นที่มีราคาถูกลง รวมทั้งรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่เขาเชื่อว่าจะเป็นรากฐานอนาคตของบริษัท

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาหุ้นเทสลาร่วงลงมาอยู่ที่ 305 ดอลลาร์ ส่งผลให้มาร์เก็ตแคปของบริษัทลดลงสู่ระดับ 9.81 แสนล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี มาร์เก็ตแคปของเทสลายังสูงกว่ามาร์เก็ตแคปรวมกันของบริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส (General Motors) ฟอร์ด มอเตอร์ (Ford Motor) โฟล์คสวาเกน (Volkswagen) โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor) ฮุนได มอเตอร์ (Hyundai Motor) และบีเอ็มดับเบิลยู (BMW) ถึงสองเท่า

หุ้นเทสลาร่วงลงไปแล้ว 25% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ขณะที่ดัชนี Nasdaq ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวลงเพียง 1.5% นอกจากนี้ หุ้นเทสลายังร่วงลงกว่า 35% จากระดับปิดสูงสุดที่เคยทำสถิติไว้ในวันที่ 16 ธ.ค. 2567 ส่งผลให้ความมั่งคั่งสุทธิของอีลอน มัสก์ ลดลงกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม มัสก์ยังคงได้รับการจัดอันดับให้เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าทรัพย์สินราว 3.80 แสนล้านดอลลาร์

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 68)

Tags: , , , ,
Back to Top