พรรคส้ม ตั้งคำถาม “โซลาร์ภาคประชาชน” เอื้อรายใหญ่ -กีดกัน SME หลังตั้งวงเงินค้ำประกันสูง

พรรคประชาชน จี้รัฐบาลชี้แจงเงื่อนไขโครงการโซลาร์เซลล์ 1 ล้านหลังคาเรือน หลังกำหนดวงเงินค้ำประกันผู้ติดตั้งสูง หวั่นกลายเป็นกำแพงสกัดผู้ประกอบการ SME และเปิดทางเอื้อประโยชน์ทุนใหญ่ รวมถึงกรณีพบชื่อ STECON ร่วมขึ้นทะเบียนรับงาน

นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงโครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน 1 ล้านหลังคาเรือน ซึ่งรัฐบาลเตรียมใช้งบประมาณสนับสนุนประชาชนหลังละ 50,000 บาท โดยตั้งข้อสังเกตว่า การกำหนดเงื่อนไขการดำเนินโครงการดังกล่าวกำลังสะท้อนว่ารัฐบาลต้องการส่งเสริมพลังงานสะอาดให้ประชาชน หรือกำลังสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่เพียงไม่กี่รายกันแน่

นายศุภโชติ กล่าวว่า เดิมทีรัฐบาลกำหนดให้ประชาชนต้องเลือกใช้บริการจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือบริษัทติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้าทั้งสองแห่งเท่านั้น ซึ่งถือว่ามีการคัดกรองผู้ประกอบการผ่านระบบขึ้นทะเบียนไปแล้วชั้นหนึ่ง แต่ตอนนี้รัฐบาลกลับกำหนดเงื่อนไขทางการเงินเพิ่มขึ้นอีกชั้น โดยบังคับให้ผู้ประกอบการติดตั้งต้องจัดหาหนังสือค้ำประกันจากธนาคาร (Bank Guarantee) วงเงิน 50,000 บาทต่อหลัง เพื่อรับประกันการติดตั้งและส่งมอบงาน และต้องจัดหาหนังสือค้ำประกันอีก 10,000 บาทต่อหลัง เพื่อรับประกันบริการหลังการขายเป็นเวลา 7 ปี

ดังนั้น หากผู้ประกอบการรายใดรับงานติดตั้ง 100 หลัง จะต้องจัดหาวงเงินค้ำประกันสูงถึง 5 ล้านบาท และหลักประกันหลังส่งมอบอีก 1 ล้านบาท รวมเป็นเงินสูงถึง 6 ล้านบาท ซึ่งวงเงินค้ำประกัน 50,000 บาทต่อหลังนี้คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 35.7% ของราคาแพ็กเกจมาตรฐาน 140,000 บาท สูงกว่าหลักประกันสัญญาในงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐโดยทั่วไปซึ่งกำหนดไว้เพียง 5% ของมูลค่าสัญญาเท่านั้น จึงต้องตั้งคำถามว่า รัฐบาลมีเหตุผลอะไรจึงกำหนดวงเงินค้ำประกันสูงขนาดนี้

นายศุภโชติ กล่าวว่า เงื่อนไขเหล่านี้อาจไม่ใช่ปัญหาสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีเงินทุนและวงเงินสินเชื่อจากธนาคารจำนวนมาก แต่สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) ที่มีเงินทุนจำกัด นี่เป็นกำแพงสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้ตั้งแต่ต้น จึงเกิดข้อสังเกตว่า รัฐบาลจงใจตั้งเงื่อนไขหลักประกันเพื่อสกัดผู้ประกอบการรายย่อย และทำให้เหลือผู้เล่นที่มีศักยภาพรับงานจริงเพียงไม่กี่รายเท่านั้น ใช่หรือไม่

นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบรายชื่อบริษัทที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ติดตั้งโซลาร์เซลล์กับการไฟฟ้า กลับปรากฏชื่อบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่อย่าง บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) รวมอยู่ด้วย ซึ่งก็น่าตั้งคำถามว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนของบริษัทที่ครอบครัวนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ถือหุ้นหรือไม่

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน