
บริษัท พาลันเทียร์ (Palantir) ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้านกลาโหมรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาชี้แจงเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่กลุ่มประเทศในยุโรป โดยยืนยันว่า ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับภารกิจทางทหารที่องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) ใช้งานอยู่นั้น ปราศจาก “กลไกตัดการทำงานจากระยะไกล” (Kill Switch) ท่ามกลางกระแสความวิตกกังวลที่ปะทุขึ้นอีกครั้งเกี่ยวกับการพึ่งพาบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติอเมริกัน หลังเกิดเหตุสัญญาณขัดข้องในการใช้งานระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมสตาร์ลิงก์ (Starlink) ในยูเครน
ทั้งนี้ ทางการยูเครนได้เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สตาร์ชีลด์ (Starshield) ซึ่งเป็นบริการเครือข่ายดาวเทียมระดับเกรดการทหารของบริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ภายใต้กลุ่มดาวเทียมสตาร์ลิงก์ ถูกจำกัดขอบเขตการทำงาน ส่งผลให้อุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณหยุดทำงานเมื่อติดตั้งอยู่บนแท่นยุทโธปกรณ์ที่มีการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง เหตุการณ์นี้กระทบโดยตรงต่อภารกิจการใช้โดรนประเภทสกัดกั้นเพื่อขัดขวางการโจมตีจากรัสเซีย
แม้ว่าเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลสหรัฐฯ ยูเครน ตลอดจน อีลอน มัสก์ ซีอีโอของสเปซเอ็กซ์ จะให้คำอธิบายต่อเหตุขัดข้องดังกล่าวที่ไม่สอดคล้องกัน ทว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครนและชาติยุโรปต่างตั้งข้อสงสัยว่าการจำกัดสัญญาณครั้งนี้อาจมีแรงจูงใจทางการเมืองแอบแฝง เนื่องจากเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ออกมากดดันให้ยูเครนยุติปฏิบัติการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในรัสเซีย
ข้อกังขาดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มผู้กำหนดนโยบายในยุโรปตระหนักถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพาเทคโนโลยีความมั่นคงและการป้องกันประเทศจากสหรัฐฯ มากจนเกินไป เพราะหากเกิดกรณีการถูกตัดหรือระงับสัญญาณ ย่อมส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการปกป้องตนเองของยุโรปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
อย่างไรก็ตาม หลุยส์ มอสลีย์ รองประธานบริหารฝ่ายกิจการสหราชอาณาจักรและยุโรปของพาลันเทียร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (21 ต.ค.) ยืนยันว่า ทั้งทางบริษัทหรือแม้กระทั่งรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่มีขีดความสามารถที่จะสั่งระงับหรือตัดการทำงานของแพลตฟอร์ม AI “เมเวน สมาร์ต ซิสเต็ม” (Maven Smart System) ซึ่งปัจจุบันประจำการอยู่ที่กองบัญชาการทหารของนาโตและกองทัพในหลายประเทศแถบยุโรปแต่อย่างใด
“ในส่วนของพาลันเทียร์นั้น ผมขอยืนยันชัด ๆ ว่า ลูกค้าที่จัดซื้อซอฟต์แวร์ของเราไป ย่อมมีอำนาจในการควบคุมการปฏิบัติการของระบบได้อย่างสมบูรณ์ ระบบนี้ไม่มีการติดตั้งกลไก Kill Switch และไม่มีความเป็นไปได้ใด ๆ ที่พาลันเทียร์หรือรัฐบาลสหรัฐฯ จะสามารถยื่นมือเข้าไปสั่งปิดระบบได้” มอสลีย์ย้ำ
สำหรับระบบเมเวนมีบทบาทสำคัญในการประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาลจากดาวเทียม เรดาร์ และเซนเซอร์ตรวจจับชนิดต่าง ๆ เพื่อสร้างภาพรวมสถานการณ์ในสนามรบแบบเรียลไทม์ ช่วยให้นายทหารระดับบัญชาการสามารถตัดสินใจทางยุทธวิธีได้อย่างรวดเร็วแม่นยำยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ดี ชาติสมาชิกนาโตในยุโรปบางประเทศ เช่น เยอรมนีและฝรั่งเศส ยังคงปฏิเสธที่จะจัดซื้อหรือนำระบบเมเวนมาประจำการในกองทัพของตน เนื่องจากกังวลเรื่องการพึ่งพาบริษัทเอกชนสหรัฐฯ ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดด้านความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอยู่เป็นระยะระหว่างปธน.ทรัมป์กับบรรดาผู้นำยุโรป
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข





