
ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 33.60 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อยจากเย็นวานนี้ที่ปิดตลาดที่ระดับ 33.63 บาท/ดอลลาร์
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดช่วงนี้ยังคงขาดปัจจัยใหม่ และตัวค่าเงินดอลลาร์ยังคงย้ำฐาน โดยตลาดรอดูผลการประชุมธนาคารกลางหลายๆ แห่งในสัปดาห์หน้า เช่น กนง. รวมถึงธนาคารกลางยุโรปและญี่ปุ่น ทำให้สัปดาห์นี้อาจจะไม่มีอีเวนต์มากนัก
นักบริหารเงิน คาดกรอบเงินบาทวันนี้จะอยู่ที่ระดับ 33.50 – 33.70 บาท/ดอลลาร์ โดยน่าจะแกว่งออกข้างไปก่อน
SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 33.6600 บาท/ดอลลาร์
ปัจจัยสำคัญ
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.21 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 158.12 เยน/ดอลลาร์
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.123 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1120 ดอลลาร์/ยูโร
– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท. อยู่ที่ระดับ 33.648 บาท/ดอลลาร์
– ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปี 69 ของหุ้นในกลุ่มสถาบันการเงิน 8 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย, ไทยพาณิชย์, กรุงศรีอยุธยา, กรุงเทพ, ทหารไทยธนชาต, เกียรตินาคินภัทร, ทิสโก้ และ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ พบว่ามีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 158,431 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 349 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปี 68 ที่มีกำไรสุทธิ 158,082 ล้านบาท จากเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
– ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ได้ทำการประเมินผลกระทบจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศอย่างเฉียบพลันกำลังส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรไทยอย่างหนัก โดยฉุดให้ปริมาณและช่วงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตเกิดความไม่แน่นอนสูง ซึ่งจากข้อมูลอุทกภัยล่าสุดพบความเสียหายด้านพืช ประมง และปศุสัตว์กระจายตัวกว้างขวาง สภาพอากาศที่ผันผวน ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในแปลงเกษตร แต่ยังส่งผ่านไปยังต้นทุน การกระจายสินค้า และเสถียรภาพราคาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยทางธนาคารโลกคาดว่าผลกระทบอาจฉุดจีดีพีของไทยในปี 2593 ลดลง 7-14% ของภาพรวม
– ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงข้อกังวลกรณีประเทศฝรั่งเศสเผชิญม็อบประท้วงรุนแรงจากปัญหาเศรษฐกิจ หนี้สาธารณะพุ่งสูง และการขาดดุลงบประมาณ จนเกิดคำถามว่าจะกระทบมาถึงไทยหรือไม่ว่า สถานะการคลังของไทยกับฝรั่งเศสแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันประเทศไทย ยังมีกันชนทางการคลังอยู่ในระดับสูง และรัฐบาลยึดกรอบวินัยการเงิน การคลังอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นนโยบายที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
– รัสเซียพร้อมเจรจาสามฝ่ายกับสหรัฐฯ และยูเครนในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน โดยมุ่งเน้นการจัดตั้งระบบความมั่นคงสำหรับรัสเซียและยูเครน ภายหลังความขัดแย้งสิ้นสุดลง
– ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (21 ต.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น
– สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (21 ต.ค.) เนื่องจากการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรช่วยพยุงราคาทองคำฟื้นตัว หลังจากราคาร่วงลงติดต่อกันสองวันทำการก่อนหน้านี้
– นักลงทุนจับตาการประชุมเฟดในวันที่ 27-28 ต.ค.นี้ รวมทั้งจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในสัปดาห์หน้า โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ
– FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 85.1% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนต.ค. และให้น้ำหนัก 87.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนธ.ค.
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน





