
หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัล (WSJ) รายงานเมื่อวันอังคาร (20 ต.ค.) โดยอ้างอิงข้อมูลจากร่างหนังสือชี้ชวนการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ว่า แอนโทรปิก (Anthropic) สตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ของสหรัฐฯ เผยตัวเลขขาดทุนสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 พุ่งสูงกว่า 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมส่งสัญญาณว่า บริษัทอาจต้องทุ่มเงินสูงถึง 7.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพื่อจัดหากำลังการประมวลผลเพิ่มเติม
รายงานระบุว่า ผลขาดทุนดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายทางบัญชี 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของตราสารทางการเงินที่แอนโทรปิกออกเพื่อระดมทุน
อย่างไรก็ดี ด้านรายได้ แอนโทรปิกมีรายได้ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ (สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิ.ย.) เพิ่มขึ้นเป็น 1.63 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า สู่ระดับเฉียด 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
แม้ว่าแอนโทรปิกจะได้รับอานิสงส์จากกระแสความนิยมใน Claude Code ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดที่เหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้เขียนโปรแกรมและสร้างแอปต่าง ๆ แต่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ทั้งนักลงทุนปัจจุบันและว่าที่นักลงทุนบางส่วนที่เข้าร่วมงานพบปะนักลงทุนของแอนโทรปิกเมื่อสัปดาห์ก่อน เริ่มพิจารณาปรับลดการประเมินมูลค่ากิจการของบริษัท AI รายนี้ลง หลังเห็นตัวเลขทางการเงินล่าสุด
รายงานข่าวระบุว่า บรรดานักลงทุนที่เข้าร่วมงานดังกล่าวในนครซานฟรานซิสโก ได้หารือกันถึงมูลค่ากิจการที่ระดับราว 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดลงอย่างมากจากเป้าหมายเดิมที่เคยคาดไว้ที่ราว 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับการเสนอขายหุ้นในเดือนพ.ย. นี้
ทั้งนี้ แอนโทรปิกได้ชี้แจงกับกลุ่มนักลงทุนในการประชุมดังกล่าวว่า รายได้ไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 45% จากไตรมาสก่อนหน้า แตะระดับ 1.68 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และบริษัทสามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้แล้วในไตรมาสดังกล่าว หากคำนวณตามเกณฑ์ปรับปรุงรายการพิเศษ
อย่างไรก็ตาม กระแสตอบรับที่เริ่มแผ่วลงต่อการทำ IPO ของแอนโทรปิก อาจกลายเป็นปัจจัยกดดันตลาด AI ในวงกว้าง เนื่องจากนักลงทุนมองว่าแนวโน้มในระยะใกล้ของอุตสาหกรรม AI ขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการเข้าตลาดหุ้นของแอนโทรปิกเป็นหลัก ก่อนที่คู่แข่งอย่างโอเพนเอไอ (OpenAI) อาจจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปีหน้า
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





