
ราคาทองดีดตัวขึ้นในวันนี้ โดยได้ปัจจัยบวกจากการร่วงลงของดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
ณ เวลา 22.26 น.ตามเวลาไทย ราคาทองสปอต [GOLD.X] บวก 67.18 ดอลลาร์ หรือ 1.64% สู่ระดับ 4,154.11 ดอลลาร์/ออนซ์
ส่วนสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. บวก 69.60 ดอลลาร์ หรือ 1.70% สู่ระดับ 4,177.50 ดอลลาร์/ออนซ์
ทั้งนี้ ดอลลาร์ที่อ่อนค่าจะเพิ่มความน่าดึงดูดของทอง ทำให้สัญญาทองมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น ส่วนการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จะช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
นอกจากนี้ ราคาทองได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนไม่คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ แม้ว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) พุ่งขึ้นมากกว่าคาดก็ตาม
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 70.7% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมวันที่ 28 ต.ค. และให้น้ำหนักเพียง 29.3% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมในวันดังกล่าว
นักลงทุนจับตาการกล่าวถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
ทั้งนี้ นายวอร์ชมีกำหนดขึ้นเวทีร่วมกับนางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในวันศุกร์ที่ 16 ต.ค.เวลา 10.30-11.00 น. ในรายการที่ใช้ชื่อว่า “Managing Director’s Fireside Chat with Federal Reserve Chairman Kevin Warsh” โดยใช้รูปแบบการสนทนาระหว่างนางกอร์เกียวาและนายวอร์ช ซึ่งทั้งสองจะพูดคุยกันบนเวทีเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐ เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และทิศทางนโยบายของเฟด โดยคาดว่าจะเป็นที่สนใจของตลาดการเงินทั่วโลก
การกล่าวถ้อยแถลงของนายวอร์ชในวันที่ 16 ต.ค.ถือว่ามีความสำคัญ เนื่องจากวันที่ 17 ต.ค. เป็นวันที่เฟดจะเริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 27-28 ต.ค.
กฎระเบียบของเฟดได้ระบุห้ามเจ้าหน้าที่เฟดแสดงความเห็นหรือให้สัมภาษณ์ในช่วง Blackout Period เกี่ยวกับนโยบายการเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้สาธารณชนตีความว่าเป็นการบ่งชี้การดำเนินการด้านอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมนโยบายการเงินที่จะมาถึง
นอกจากนี้ นักลงทุนทั่วโลกจับตาถ้อยแถลงของนายวอร์ชเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) พุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนก.ย.
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




