
ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นในวันนี้ สวนทางดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ที่ปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเพิ่มมากขึ้นว่า บริษัทเทคโนโลยีอาจใช้จ่ายเงินลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากเกินไป ขณะเดียวกัน นักลงทุนประเมินข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
ณ เวลา 20.45 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] บวก 104.34 จุด หรือ 0.20% สู่ระดับ 51,725.82 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 [SP500.X] และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ลบ 0.37% และ 0.98% ตามลำดับ
หุ้น CoreWeave ดิ่งลง 7% ขณะที่นักลงทุนวิตกกังวลว่าบริษัทอาจก่อหนี้มากเกินไปเพื่อนำเงินไปใช้ในการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
นอกจากนี้ ความกังวลในอุตสาหกรรม AI ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากแหล่งข่าวเปิดเผยต่อสำนักข่าว CNBC ว่า รายได้ของแอนโทรปิก (Anthropic) อยู่ที่ระดับเพียง 16,800 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่า การเติบโตของรายได้ของบริษัทอาจไม่รวดเร็วเพียงพอที่จะรองรับการทะยานขึ้นของราคาหุ้นบริษัทผู้ผลิตชิป
หุ้น Micron Technology และ Advanced Micro Devices หรือ AMD ร่วงลง 4% และ 5% ตามลำดับ ขณะที่ Sandisk ปรับตัวลง 6% ส่วน SK Hynix ร่วงลง 5%
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นยังได้แรงหนุนจากการดีดตัวของหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นนอกกลุ่มเทคโนโลยี
ทั้งนี้ หุ้น Walmart พุ่งขึ้น 4% ขณะที่ Merck ดีดตัวขึ้นมากกว่า 3%
นักลงทุนจับตาการกล่าวถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
ทั้งนี้ นายวอร์ชมีกำหนดขึ้นเวทีร่วมกับนางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในวันศุกร์ที่ 16 ต.ค.เวลา 10.30-11.00 น. ในรายการที่ใช้ชื่อว่า “Managing Director’s Fireside Chat with Federal Reserve Chairman Kevin Warsh” โดยใช้รูปแบบการสนทนาระหว่างนางกอร์เกียวาและนายวอร์ช ซึ่งทั้งสองจะพูดคุยกันบนเวทีเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐ เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และทิศทางนโยบายของเฟด โดยคาดว่าจะเป็นที่สนใจของตลาดการเงินทั่วโลก
การกล่าวถ้อยแถลงของนายวอร์ชในวันที่ 16 ต.ค.ถือว่ามีความสำคัญ เนื่องจากวันที่ 17 ต.ค. เป็นวันที่เฟดจะเริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 27-28 ต.ค.
กฎระเบียบของเฟดได้ระบุห้ามเจ้าหน้าที่เฟดแสดงความเห็นหรือให้สัมภาษณ์ในช่วง Blackout Period เกี่ยวกับนโยบายการเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้สาธารณชนตีความว่าเป็นการบ่งชี้การดำเนินการด้านอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมนโยบายการเงินที่จะมาถึง
นอกจากนี้ นักลงทุนทั่วโลกจับตาถ้อยแถลงของนายวอร์ชเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) พุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนก.ย.
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ประจำเดือนก.ย.ในวันนี้
ทั้งนี้ ดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 6.3% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 5.3% จากระดับ 5.6% ในเดือนส.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 1.3% ในเดือนก.ย. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.6% จากระดับ 0.5% ในเดือนส.ค.
ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 5.0% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 4.4% จากระดับ 4.8% ในเดือนส.ค.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.7% ในเดือนก.ย. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.2% ในเดือนส.ค.
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




