บล.อินโนเวสท์เอกซ์ (INVX) ระบุว่า ประเทศไทยกลับมาเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank 2026 ในรอบ 35 ปี ต้อนรับผู้นำโลกกว่า 1.5 หมื่นคน มุ่งหารือเศรษฐกิจโลก พร้อมโชว์ศักยภาพด้านการเงินดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียวของไทย งานนี้คาดช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างน้อย 1-2 พันล้านบาท ส่งผลบวกตรงทันทีต่อภาคท่องเที่ยว โรงแรม ค้าปลีก และขนส่งในกทม. รวมทั้งช่วยฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ ดึงดูดเม็ดเงิน FDI สู่กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (AI, EV)
ด้านตลาดหุ้นไทยประเมินว่างานนี้จะเป็น Catalyst สำคัญช่วยดึง Fund Flow ไหลกลับเข้ามาลงทุน กลยุทธ์ลงทุน InnovestX จึงแนะนำ 2 ธีมหลัก แบ่งเป็น 1) ธีมเก็งกำไรระยะสั้นในกลุ่มรับอานิสงส์โดยตรงจากยอดใช้จ่ายผู้เข้าร่วมงานอย่างกลุ่มโรงแรม ค้าปลีกและขนส่ง (ERW CENTEL CPALL CPN CRC AOT BEM) และ 2) ธีมสะสมหุ้นระยะยาวรับกระแส FDI และนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างกลุ่มแบงก์ดิจิทัล (KBANK KTB BBL) นิคม (WHA AMATA) อิเล็กทรอนิกส์ (DELTA KCE HANA) พลังงานหมุนเวียน (GULF GPSC) และเทคโนโลยี (TRUE SECURE)
ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค. 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งถือเป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพในรอบ 35 ปี โดยงานประชุมทางการเงินระดับโลกครั้งนี้เป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของผู้นำระดับโลก รัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง และนักลงทุนกว่า 15,000-20,000 คนจาก 191 ประเทศ เพื่อหารือทิศทางเศรษฐกิจโลก วิกฤตหนี้ ความผันผวนของราคาพลังงาน รวมถึงผลกระทบเชิงโครงสร้างจากเทคโนโลยี AI ต่อการผลิต การลงทุน และความเหลื่อมล้ำในอนาคต
นอกจากการเวทีหารือหลักแล้ว รัฐบาลไทยยังใช้โอกาสนี้จัดการประชุมทวิภาคีกว่า 30 นัดหมาย และจัดแสดงศักยภาพของประเทศ (Thailand Pavilion) ใน 3 มิติ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัล (PromptPay/Cross-border QR) เศรษฐกิจสีเขียว (ชูแผนพลังงานสะอาด PDP 2026) และเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness) เพื่อตอกย้ำบทบาท “Trusted Connector” และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนทางตรง (FDI) สู่กลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น AI และ EV
สร้าง Sentiment บวก ฟื้นความเชื่อมั่น ปลุกเศรษฐกิจ ดึง Fund Flow ไหลกลับ
ในมิติของเศรษฐกิจ InnovestX มองว่า การจัดงานครั้งนี้สร้างผลบวกโดยตรงทันที จากเม็ดเงินสะพัดหมุนเวียนในประเทศที่ประเมินไว้ราว 1-2 พันล้านบาท (หรืออาจสูงถึง 9 พันล้านบาท ตามคาดการณ์ของสภาหอการค้า) เนื่องจากกลุ่มผู้เข้าร่วมประชุมมีกำลังซื้อสูงและมีระยะเวลาพำนักในไทยนานเฉลี่ย 7.4 คืน ซึ่งจะส่งผลบวกโดยตรงไปยังภาคการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า และการขนส่ง นอกจากนี้ การที่ไทยโชว์ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI และความชัดเจนด้านพลังงานสะอาด (Green Energy) จะเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ “Trusted Connector” ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นและดึงดูด FDI เข้าสู่กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่าง Data Center และ EV ที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียว (RE100)
ในมิติของตลาดหุ้นไทย การประชุมครั้งนี้จะเป็น Sentiment บวกเชิงจิตวิทยาครั้งใหญ่ที่ช่วยลบล้างภาพลักษณ์เชิงลบของประเทศและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันต่างชาติ ดึงดูดให้กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลกลับเข้ามาลงทุนและเก็งกำไรในกลุ่มหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากธีมการประชุมในครั้งนี้
กลยุทธ์ลงทุนแนะนำเก็งกำไรสั้น-สะสมยาวในหุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากงานประชุม
InnovestX ประเมินการประชุม IMF-World Bank 2026 ในครั้งนี้จะเป็นปัจจัยบวก (Catalyst) ต่อตลาดหุ้นไทย กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “เก็งกำไรกลุ่มรับอานิสงส์ระยะสั้น ผสานการทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานแกร่งที่รับประโยชน์จากโครงสร้าง FDI ระยะยาว” โดยแบ่งเป็น 2 ธีมหลัก ดังนี้
1) Short-term Event Play: รับอานิสงส์เชิงบวกโดยตรงจากเม็ดเงินสะพัดในช่วงจัดงาน เน้นเก็งกำไรหุ้นที่มีฐานรายได้หลักในพื้นที่กทม. ซึ่งจะรับรู้รายได้ทันทีจากอัตราการเข้าพักโรงแรมที่พุ่งสูงขึ้น การจับจ่ายใช้สอยระดับพรีเมียม และปริมาณผู้โดยสารในระบบขนส่งมวลชนที่หนาแน่น ได้แก่ กลุ่มโรงแรม (ERW CENTEL), กลุ่มค้าปลีก (CPALL CPN CRC), กลุ่มขนส่ง (AOT BEM)
2) Mid-to-Long Term Structural Growth Play: รับอานิสงส์เชิงโครงสร้างจากการแสดงศักยภาพของประเทศเพื่อดึงดูด FDI ตลอดจนการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจยุคใหม่บนเวทีโลก ได้แก่ กลุ่ม Digital Banking (KBANK KTB BBL) ที่ได้กระแสเชิงบวกจากการผลักดัน Bangkok Blueprint อีกทั้งแนวโน้มการชำระเงินดิจิทัล, กลุ่มนิคม (WHA AMATA) และอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) ที่เตรียมรับประโยชน์โดยตรงจากกระแส FDI และการเข้ามาตั้งฐานการผลิตของบริษัทเทคโนโลยีและ EV ระดับโลก หลังการเจรจาทวิภาคีเริ่มสัมฤทธิ์ผล, กลุ่มพลังงานหมุนเวียน (GULF GPSC GUNKUL) ที่มีโอกาสได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันต่างชาติที่มองหาการลงทุนเพื่อสอดรับกับนโยบายรับมือ Climate Change และความต้องการไฟฟ้าสีเขียวของกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่, กลุ่มเทคโนโลยีและ Cybersecurity (TRUE SECURE) ที่ได้กระแสเชิงบวกจากการชูความสำเร็จด้าน Digital Infrastructure ของไทย ควบคู่กับการผลักดันนโยบายระบบการเงินดิจิทัลที่ครอบคลุมและปลอดภัยขั้นสูงสุด





