
Ajay Banga President, World Bank Group กล่าวในหัวข้อ WBG Flagship: Small AI: More and Better Jobs ว่า บทบาทของ Small AI เป็นการมุ่งเน้นการกระจายประสิทธิภาพลงสู่ตลาดเกิดใหม่เพื่อเพิ่ม Productivity ที่เป็นยุทธศาสตร์ท้องถิ่นที่นำไปประยุกต์ใช้ในสถานที่สละอาชีพต่างๆ เช่น โรงเรียน ระบบสาธารณสุข และเกษตรกรรายย่อย
ขณะที่การทำงานผ่านระบบ Jobs Council มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจใน 5 ประเภท ได้แก่
1. โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) โครงสร้างทางกายภาพ (ถนน สะพาน ไฟฟ้า น้ำ) โครงสร้างดิจิทัล และการพัฒนาทักษะมนุษย์
2. เกษตรกรรม (Agriculture) โดยให้ความช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยให้เข้าถึงเทคโนโลยีและการรวมกลุ่มสหกรณ์
3. สาธารณสุขขั้นปฐมภูมิ (Primary Healthcare) เป็นการยกระดับศูนย์สุขภาพท้องถิ่น และใช้ AI เชื่อมโยงกับแพทย์เฉพาะทาง
4. การท่องเที่ยว (Tourism) ซึ่งตัวอย่างที่โดดเด่นอย่างประเทศไทยที่มีเป้าหมายขยายตัวยิ่งขึ้น
5. การผลิตแบบเพิ่มมูลค่า (Value-added Manufacturing) ผ่านการสร้างงานท้องถิ่นจากการแปรรูปทรัพยากร และอุตสาหกรรมที่สร้างสรรค์
สำหรับธนาคารโลกคาดหวังเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้า ต้องการเห็นการประยุกต์ใช้ Small AI ในตลาดเกิดใหม่เกิดขึ้นจริงและแพร่หลายที่สุด
Kristalina Georgieva Managing Director, IMF กล่าวว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจ นโยบายการคลัง และการปรับตัวนั้น AI ได้เข้ามาสร้างคลื่นการลงทุนและอุปสงค์ (Investment & Demand shock) เข้ามาในหลายๆประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะการลงทุนด้าน Data centers โดยเฉพาะประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในซัพพลายเชนในระบบ และเป็นปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจโลกไว้ที่ 3% ในปีนี้
ขณะที่การนำ Small AI มาใช้งานในการทำงานสามารถช่วยเพิ่ม GDP ในประเทศที่พัฒนาแล้วได้ราว 0.5-1% และในประเทศเกิดใหม่ได้ 0.2- 0.8% แต่ AI อาจกระทบตำแหน่งงานทั่วโลกได้ราว 40% ได้เช่นกัน เพราะ AI จะมาช่วยลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนของคน
อย่างไรก็ตามหากผลกระทบของการนำ Small AI เกิดขึ้น ภาครัฐจะต้องเตรียมความพร้อมในการปรับเปลี่ยนนโยบายการคลังและภาษี เมื่อแรงงานลดลง สวนทางกับการใช้ AI ที่เพิ่มขึ้น ภาครัฐจะต้องพิจารณาโครงสร้างการจัดเก็บภาษีใหม่เพื่อรักษารายได้ของภาครัฐ และการจัดการสวัสดิการเพื่อดูแลประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ หากไม่มีรายได้จากการอาชีพที่ถูก AI ทำแทน
ทั้งนี้ IMF คาดหวังว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า ต้องการให้ AI มีบทบาทเข้ามาช่วยการทำงานในงานที่คนไม่ต้องการทำแล้วไม่อยากทำ เพื่อคนได้หันไปพัฒนาการทำงานที่สร้างประสิทธิภาพสูงขึ้น และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคม
Tharman Shanmugaratnam President, Singapore กล่าวว่า AI ได้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มแรงงานระดับกลาง และแรงงานทักษะปานกลาง ซึ่งทำให้เกิดเสี่ยงด้านความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และการเติบโตของเศรษฐกิจแบบ K-Shaped แต่ AI จะเข้ามาลดเส้นแบ่งระหว่างลูกจ้างกับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในงานที่ลูกจ้างไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลและแหล่งที่มาได้ รวมทั้งในพื้นที่ที่ลูกจ้างในองค์กรไม่มีความเชี่ยวชาญ AI จะเข้ามาช่วยเติมเต็มในส่วนนี้ได้
อย่างไรก็ตามภาครัฐต้องร่วมมือกับเอกชนสนับสนุนการจ้างงานเด็กจบใหม่ และเสริมทักษะของการใช้ AI เพื่อป้องกันการเสียโอกาสในการพัฒนาทักษะและการสร้างโอกาสให้กับเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ รวมทั้งพัฒนาด้านการศึกษาที่หันมาเน้นการศึกษาเชิงประยุกต์ แทนการศึกษาที่มุ่งเน้นแต่ด้านวิชาการ โดยเน้นไปที่การฝึกงานในสถานประกอบการจริง เพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อการทำงานที่แท้จริง
ทั้งนี้ คาดหวังถึงในระยะอีก 5 ปีข้างหน้า อยากให้หลีกเลี่ยงความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศกำลังพัฒนาและพัฒนาแล้ว หลังจาก AI เข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้น พร้อมเดินหน้าในการพัฒนาศักยภาพคนให้สูงขึ้นต่อเนื่อง
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล





