HILITE: GPSC บวกนำกลุ่มโรงไฟฟ้า ขานรับเกณฑ์ Data Center ใกล้ได้ข้อสรุปต.ค.-บาทแข็งหนุน

เมื่อเวลา 10.35 น. GPSC พุ่ง 4.62% เพิ่มขึ้น 2.25 บาท มาที่ 51.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 578.88 ล้านบาท

RATCH บวก 2.70% เพิ่มขึ้น 1.00 บาท มาที่ 38.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 50.95 ล้านบาท

BGRIM บวก 2.65% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท มาที่ 19.40 บาท มูลค่าการซื้อขาย 272.37 ล้านบาท

GULF บวก 2.11% เพิ่มขึ้น 1.25 บาท มาที่ 60.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,072.36 ล้านบาท

GUNKUL บวก 1.62% เพิ่มขึ้น 0.08 บาท มาที่ 5.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 86.99 ล้านบาท

บล.กรุงศรี ระบุว่า กลุ่มโรงไฟฟ้าเช้านี้ปรับตัวขึ้นเด่น โดยได้แรงหนุนมาจากความคืบหน้าการปรับเกณฑ์ Data Center รวมถึงปัจจัยหนุนระยะสั้นจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นและ US Bond Yield ที่ปรับตัวลดลง กลยุทธ์การลงทุนเน้น GULF, GPSC, BGRIM

ล่าสุดบอร์ด Data Center ทยอยสรุปหลักเกณฑ์การอนุมัติและกำกับดูแลการลงทุน Data Center ใหม่ตามกรอบเวลา 1 เดือน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปไม่เกินวันที่ 15 ต.ค. นี้ ขณะที่หน่วยงานที่ต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดรับกัน มีกำหนดการนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ภายในเดือน ต.ค. 69 ถือเป็นจิตวิทยาบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะบริษัทที่มีความพร้อมด้านฐานทุนสูง อาทิ GULF และ GPSC

ขณะเดียวกัน ล่าสุดค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 33.55 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับเมื่อวานนี้ที่ 33.73 บาทต่อดอลลาร์ และ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Bond Yield) ระยะสั้นไม่ทำจุดสูงสุดใหม่ โดยย่อตัวลง -5 bps สู่ระดับ 5.227% ส่งผลดีต่อจิตวิทยาการลงทุนในแง่ของต้นทุนทางการเงินที่ลดลง

กลยุทธ์การลงทุน: มองบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า แนะนำเน้น GULF Buy, TP27F: 77.00 บาท , GPSC Buy, TP27F: 61.00 บาท และ BGRIM Buy, TP27F: 23.00 บาท

ด้านบล.เอเซียพลัส ระบุว่า จากงานประชุม บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ [GPSC] ผู้บริหารวางกรอบการดำเนินงานโดยตั้งเป้าการเติบโตระยะยาว ในช่วง 5 ปีข้างหน้า มาจากโครงการใหม่ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศในสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยในประเทศไทยตั้งเป้ามีกำลังการผลิตใหม่จากการเปิดรอบรับซื้อโรงไฟฟ้าจากแผน PDP2569 เพิ่มเติมอีกราว 5,000 MW ขณะที่ต่างประเทศโฟกัสไปยังโครงการ AEPL ในประเทศอินเดียโดยมีแผนนำธุรกิจเข้าตลาดหุ้นอินเดียในปี 2571 เพื่อระดมทุนกลับไปต่อยอดการลงทุน รวมถึงในประเทศลาวที่ให้น้ำหนักไปยังโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ โดยมองหาโอกาสทำ M&A ซึ่งตั้งเป้าโครงการใหม่จะสร้างผลตอบแทนมากกว่า 8-10%

สำหรับโครงการโรงไฟฟ้า IPP ที่จะทยอยหมดอายุ GPSC อยู่ระหว่างการเจรจาต่อสัญญากับ EGAT และอาจพิจารณานำกำลังการผลิตที่เหลือบางส่วนไปขายไฟฟ้าให้แก่กลุ่มลูกค้า Data Center ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่ง theme การเติบโตใหม่ โดย GPSC มีแผนทั้งในประเทศไทยซึ่งจะเน้นการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้า และประเทศอินเดียที่จะเริ่มลงทุน Data Center ระยะเริ่มต้นคาดอยู่ราว 50–100MW และค่อยขยายตามโอกาสในระยะถัดไป

สำหรับความคืบหน้าของโครงการ ERU 250MW เดิมกำหนด COD ใน ไตรมาส 1/72 ปัจจุบัน GPSC และ TOP อยู่ระหว่างเจรจาแนวทางดำเนินการ หลังเงื่อนไขบังคับก่อนบางส่วนไม่แล้วเสร็จตามกำหนด โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน ตุลาคม 2569

ภาพการดำเนินงานปี 2569 GPSC ยังคงเดินหน้าสร้าง EBITDA Uplift ราว 700 ล้านบาท ตามกรอบของกลุ่ม PTT ซึ่งผู้บริหารมั่นใจทำได้ตามเป้า พร้อมมุ่งเน้นปรับสัญญาขายไฟฟ้าลูกค้าอุตสาหกรรมให้เป็นรูปแบบ Gas-linked มากขึ้น เพื่อลดความผันผวนของต้นทุนก๊าซ และมุ่งยกระดับ ROE จากราว 6% สู่ 8% ในระยะแรก

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยประเมินทิศทางกำไรปกติช่วงสั้น ไตรมาส 3/69 จะปรับตัวลดลง QoQ และคาดยังมีแนวโน้มอ่อนตัวต่อเนื่อง QoQ ในงวด ไตรมาส 4/69 จากราคาก๊าซที่ยังมีความเสี่ยงอยู่ในระดับสูงจากสงครามที่ยืดเยื้อกว่ามุมมองเดิมที่เคยมองไว้

มูลค่าพื้นฐาน ปี 2570 อยู่ที่ 56 บาท/หุ้น ในช่วง 1.5 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นปรับฐานลงกว่า 10% ซึ่งเชื่อว่าสะท้อนปัจจัยลบจากต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูงจากผลกระทบของสงครามไปแล้วระดับหนึ่ง แม้ทิศทางกำไร ครึ่งหลังปี 2569 ยังมีแนวโน้มอ่อนตัวจาก ครึ่งแรกปี 2569 แต่หากมองข้ามไปยังปี 2570 คาดยังเห็นการฟื้นตัว YoY ราคาหุ้นปัจจุบันเริ่มมี Upside เปิดกว้างขึ้น จึงแนะนำหาจังหวะทยอยสะสมสำหรับการลงทุนในระยะยาว

โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน