ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 5.50% ในการประชุมวันนี้ (7 ต.ค.) ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปี และส่งสัญญาณว่าอาจจะปรับขึ้นอีก เนื่องจากเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นและสกุลเงินรูปีที่อ่อนค่าลง ได้ส่งผลให้คณะกรรมการ RBI ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน
การประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันนี้ถือเป็นมติเอกฉันท์ และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ขณะที่ซันเจย์ มัลโฮตรา ผู้ว่าการ RBI ระบุในแถลงการณ์หลังการประชุมว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางอินเดีย (MPC) ได้พิจารณาข้อมูลที่บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า อัตราเงินเฟ้อและแนวโน้มเงินเฟ้อไม่ได้อยู่ในระดับต่ำเหมือนปีที่แล้ว ด้วยเหตุนี้ การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายจึงกลายเป็นเรื่องจำเป็น
มัลโฮตรายังกล่าวด้วยว่าการปรับนโยบายการเงินของ RBI ถือเป็นการเน้นย้ำว่า เมื่อพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมในปัจจุบันแล้ว การปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะไม่อยู่ในวาระการพิจารณาในระยะใกล้นี้ และการดำเนินนโยบายต่อจากนี้จะเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยหรือการคงดอกเบี้ยเท่านั้น โดยขึ้นอยู่กับสภาวะที่เปลี่ยนแปลงไป
ทั้งนี้ RBI ได้ปรับนโยบายการเงินตามทิศทางเดียวกับธนาคารกลางอื่น ๆ ในเอเชีย ตั้งแต่ธนาคารกลางเกาหลีใต้ไปจนถึงธนาคารกลางฟิลิปปินส์ โดยมีเป้าหมายเพื่อสกัดเงินเฟ้อ เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอันเป็นผลมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางนั้น ได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันกลับมาพุ่งขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ วิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอินเดียอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2566 หลังจาก RBI ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันนี้
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





