โบสถ์ยักษ์เกาหลีใต้เร่งสอบเหตุโจมตีไซเบอร์ หวั่นข้อมูลสมาชิก 8.5 แสนรายรั่ว

โบสถ์คริสต์ขนาดใหญ่ 2 แห่งในเกาหลีใต้เร่งสอบสวนเหตุโจมตีทางไซเบอร์ หลังพบข้อมูลส่วนตัวของสมาชิกจำนวนมากอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศ ขณะที่บริษัทความปลอดภัยไซเบอร์พบหลักฐานบ่งชี้ว่าแฮกเกอร์อาจใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการก่อเหตุ

บริษัทโอเอซิส ซีเคียวริตี้ (Oasis Security) เปิดเผยว่า พบข้อมูลสมาชิก ข้อมูลบัญชี และบันทึกการโจมตีบนเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงกับโบสถ์โยอีโด ฟูล กอสเปล (Yoido Full Gospel Church) และโบสถ์ซารัง (Sarang Church) ในกรุงโซล

โอเอซิส ซีเคียวริตี้ ระบุว่า หลักฐานบางส่วนจากการโจมตีมีลักษณะที่บ่งชี้ถึงการใช้เครื่องมือ AI เช่น การอ้างถึง “sub-agents” รวมถึงรายงานการโจมตีจำนวนมากที่มีลักษณะคล้ายถูกสร้างขึ้นโดยระบบอัตโนมัติ

โบสถ์โยอีโด ฟูล กอสเปล ระบุในวันนี้ (7 ต.ค.) ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ข้อมูลของสมาชิกมากถึง 850,000 รายอาจรั่วไหล โดยส่วนใหญ่เป็นชื่อและวันเดือนปีเกิด ขณะที่มีข้อมูลส่วนน้อยที่เป็นประวัติการเปลี่ยนแปลงหมายเลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์

อย่างไรก็ดี ทางโบสถ์ได้แจ้งสมาชิกที่อาจได้รับผลกระทบ พร้อมระงับการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์จากภายนอกและเปลี่ยนรหัสผ่านเพื่อป้องกันการรั่วไหลเพิ่มเติม

ด้านโบสถ์ซารังในกรุงโซลระบุว่า ได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อสอบสวนเหตุโจมตีครั้งนี้ และได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว พร้อมเร่งหาสาเหตุและป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เหตุโจมตีโบสถ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เกาหลีใต้เผชิญการโจมตีทางไซเบอร์ต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งถูกแฮ็กจนข้อมูลส่วนตัวของลูกค้ารั่วไหล ขณะที่ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ระบุเมื่อวันอังคาร (6 ต.ค.) ว่า เชื่อว่า AI อาจถูกนำมาใช้ในการโจมตีธนาคารดังกล่าว

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต

ข่าวล่าสุด