บมจ. แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) เปิดเผยมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เดินหน้าแผนจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เอดับเบิ้ลยูซี ไลฟ์ สไตล์ พร๊อพเพอร์ตีส์ (AWR) เตรียมขายทรัพย์สินศักยภาพสูง 5 โครงการ มูลค่ารวมเบื้องต้นไม่เกิน 50,000 ล้านบาท พร้อมตั้งบริษัทย่อยเช่ากลับมาบริหารต่อ หวังสร้างรายได้สม่ำเสมอและต่อยอดการเติบโตระยะยาว
สำหรับ 5 โครงการไฮไลต์ที่จะขายเข้ากองทรัสต์ AWR ครั้งนี้ ประกอบด้วยกลุ่มโรงแรมและอาคารสำนักงาน ได้แก่:
- โครงการดิ เอ็มไพร์ (สาทร) อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ราคาขายขั้นต่ำ 25,107 ล้านบาท
- โรงแรมบันยันทรี เกาะสมุย ราคาขายขั้นต่ำ 6,463 ล้านบาท
- โรงแรมพัทยา แมริออท ราคาขายขั้นต่ำ 6,100 ล้านบาท
- โรงแรมมีเลีย เกาะสมุย ราคาขายขั้นต่ำ 5,895 ล้านบาท
- โรงแรมบันยันทรี กระบี่ รีสอร์ท ราคาขายขั้นต่ำ 4,884 ล้านบาท
โดยหากมีการโอนขายทั้ง 5 โครงการพร้อมกัน มูลค่ารวมจะต้องไม่ต่ำกว่า 48,449 ล้านบาท
นอกจากนี้ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง AWC ได้อนุมัติจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ 2 บริษัท คือ บริษัท เอดับบลิวซี โฮเทล พร๊อพเพอตี้ จำกัด (AWR-Hs) เพื่อทำหน้าที่เช่ากลุ่มโรงแรมทั้ง 4 แห่งจากกองทรัสต์กลับมาดำเนินกิจการต่อ และ บริษัท เอดับบลิวซี คอมเมอร์เชียล พร็อพเพอตี้ แมเนเจอร์ จำกัด (AWR-R) เพื่อรับหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ให้กับโครงการดิ เอ็มไพร์ ขณะเดียวกัน AWC จะเข้าจองซื้อหน่วยลงทุนในกองทรัสต์ AWR ดังกล่าวในสัดส่วนไม่เกิน 28% อีกด้วย
นอกจากนี้ AWC ยังส่งสัญญาณขยายพอร์ตเพิ่มในอนาคต โดยเริ่มเข้าศึกษาความเป็นไปได้ในการขายทรัพย์สินเฟสถัดไปอีก 9 โครงการ ได้แก่ โรงแรมแมริออท กรุงเทพ เดอะ สุรวงศ์, โรงแรมแมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค, โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา, โรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงเทพ สุขุมวิท, โรงแรมภูเก็ต แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา สุขุมวิท, ในยาง บีช, โรงแรมคิมป์ตัน หัวหิน รีสอร์ท บีชคลับ, โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น, โรงแรมเดอะ โฮเทล พลาซ่า แอทธินี โนบุ แบงค็อก, โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล และบริษัทฯ อาจพิจารณาศึกษาทรัพย์สินอื่น ๆ เพิ่มตามความเหมาะสม
ปัจจุบัน บริษัทย่อยของ AWC ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ อยู่ระหว่างการเตรียมยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อขออนุมัติการจัดตั้งกองทรัสต์และเสนอขายหน่วยลงทุนแก่นักลงทุนอย่างเป็นทางการต่อไป

*เล็งขาย IPO กองทรัสต์ AWR ต้นปี 70 แบ่งไทย-ต่างชาติถือ 50-50
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป [AWC] เปิดเผยว่าบอร์ด AWC ได้อนุมัติกรอบราคาขายสินทรัพย์ชุดแรก 5 โครงการ โดยกำหนดราคาสินทรัพย์รวมขั้นต่ำไว้ที่ 48,449 ล้านบาท คาดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ช่วงต้นปี 70 โดยเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งในช่วงแรกยังไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุน เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนรอบแรกได้รับประโยชน์จากการเติบโตของผลตอบแทน (Yield Enhancement) ได้อย่างเต็มที่ และบริษัทฯ ยังมีขีดความสามารถด้านการกู้ยืม (Leverage) ที่รองรับได้
“นอกจากนี้ยังมีสินทรัพย์ในไปป์ไลน์อีก 9 ชิ้นที่จะพิจารณานำเข้ากอง AWR ในอนาคต โดยตั้งเป้าการเติบโตของกอง AWR ขยายขนาดกองทุนจากเริ่มต้นที่ราว 50,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวที่กว่า 100,000 – 300,000 ล้านบาท ใน 3-5 ปี”
กอง AWR ถูกออกแบบโครงสร้างให้สอดคล้องกับมาตรฐาน REIT ระดับสากล ซึ่งผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับผลตอบแทนรวม 3 ช่องทาง ได้แก่ Organic Performance Yield ผลตอบแทนจากผลการดำเนินงานของสินทรัพย์ที่มีอัตราการเติบโตของ EBITDA Inorganic Acquisition Growth การเติบโตจากการเข้าซื้อสินทรัพย์คุณภาพสูงเข้ากองทุนเพิ่มเติมในอนาคต และ Asset Appreciation มูลค่าที่เพิ่มขึ้นตามธรรมชาติของที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ฟรีโฮลด์ในทำเลคุณภาพ
สำหรับสัดส่วนนักลงทุนใน IPO กองทรัสต์ AWR นั้น ทาง AWC วางโครงสร้างให้ผู้ถือหุ้นชาวไทยถือหุ้นมากกว่า 50% ขณะที่นักลงทุนสถาบันต่างชาติจะจัดสรรในสัดส่วนไม่เกิน 50% ทั้งนี้เป็นโอกาสดีที่มีนักลงทุนต่างชาติเตรียมเดินทางเข้ามาดูทรัพย์สินจริงในรูปแบบ Reverse Roadshow และเข้าร่วมการประชุม World Bank ในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) ของบริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมจัดประชุมกับนักลงทุนต่างชาติ แม้ปัจจุบันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) จะปรับตัวขึ้น แต่นักลงทุนยังคงมองหาผลตอบแทนและโอกาสเติบโตของมูลค่าทรัพย์สินด้วย
นอกจากสินทรัพย์ 5 โครงการแรกแล้ว AWC ยังได้เตรียมสินทรัพย์ใน Pipeline อีก 9 โครงการคุณภาพ คิดเป็นพื้นที่ 32,235 ตารางเมตร เพื่อเตรียมพร้อมในการโอนเข้ากอง AWR ในระยะอนาคต อาทิ โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ,โรงแรมแมริออท กรุงเทพ เดอะ สุรวงศ์ , โรงแรมแมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ,โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา ,โรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงเทพ สุขุมวิท ,โรงแรมภูเก็ต แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา ในยาง บีช, โรงแรมคิมป์ตัน หัวหิน รีสอร์ท บีชคลับ ,โรงแรมเดอะ โฮเทล พลาซ่า แอทธินี โนบุ แบงค์คอก และโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล ซึ่งทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของคลังสินทรัพย์ (Visible Pipeline) ของกลุ่มบริษัท ที่มีอยู่รวมกันกว่า 177 รายการ
สำหรับทิศทางธุรกิจการท่องเที่ยวในไตรมาส 4/69 ประเมินว่ามีโมเมนตัมที่ดีมาก ยอดการจองห้องพัก (Booking Rate) ในบางพื้นที่เติบโตสูงถึง 100% รับแรงหนุนจากการกิจกรรมงานต่าง ๆ ในประเทศ ประกอบกับการปรับกลยุทธ์เข้าหาลูกค้าระดับ Luxury และกลุ่มที่ไม่ยึดติดกับราคา แต่เน้นประสบการณ์พิเศษ (Lifestyle Destination) ทำให้ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) ขยับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน





