CRYPTO SHOT: Binance ทุ่ม 100 ล้านดอลล์ ซื้อหุ้น Circle จับมือดัน USDC ยาว 5 ปี

ตลาด Stablecoin ดุเดือดขึ้นทุกวัน ครองตลาดโดยเจ้าใหญ่อย่าง USDT ที่ออกโดย Tether รองลงมาด้วย USDC ของ Circle ล่าสุด Binance จับมือ Circle ซื้อหุ้น Class A บางส่วน จับมือร่วมกันดัน USDC ให้เกิดการใช้งาน แค่คิดก็น่าลุ้นแล้ว!!

*Binance ทุ่ม 100 ล้านดอลล์ ซื้อหุ้น Circle จับมือดัน USDC ยาว 5 ปี

งานนี้ไม่ใช่แค่ลงทุนด้วยกัน เพราะทั้งคู่เซ็นสัญญากันยาว 5 ปี เพื่อดัน USDC บนแพลตฟอร์ม Binance ทั่วโลก โดยเฉพาะตลาด Emerging Markets!!

    ดีลนี้ Binance เข้าซื้อหุ้น Circle Class A จำนวนประมาณ 1.24 ล้านหุ้น ที่ราคา 80.84 ดอลลาร์ต่อหุ้น คิดรวมประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ และเป็นราคาที่ Discount จากราคาตลาดก่อนปิดดีลประมาณ 5% โดยหุ้นก้อนนี้ Binance จะขายหรือ Hedge ไม่ได้สูงสุด 2 ปี แต่ยังมีสิทธิออกเสียงในฐานะผู้ถือหุ้นตามปกติ

    แต่จุดที่น่าสนใจกว่าการซื้อหุ้น คือ Binance จะช่วยดัน USDC ส่วน Circle จะดูแล Infrastructure ที่อยู่เบื้องหลัง และภายใต้ข้อตกลงนี้ Circle จะจ่าย Incentive ให้ Binance ทุกเดือน โดยคำนวณจากปริมาณ USDC ที่ถือผ่าน Wallet Infrastructure ของ Circle

    เท่ากับว่าตอนนี้ Binance ไม่ได้เป็นแค่ช่องทางให้คนใช้ USDC แล้ว แต่กลายเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ออก USDC ด้วย

    แล้วทำไมดีลนี้ถึงสำคัญ?

    USDC เป็น Stablecoin ใหญ่อันดับ 2 ของโลก มูลค่าตลาดตอนนี้ประมาณ 75,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Binance มีฐานผู้ใช้งานทั่วโลกมหาศาล เพราะฉะนั้นฝั่ง Circle ได้ Distributionส่วน Binance ได้ทั้ง หุ้นใน Circle + รายได้จากความร่วมมือ และทั้งสองฝ่ายผูกกันยาวถึง 5 ปี

    ตอนนี้ไม่ได้แข่งกันแค่ว่าใครออกเหรียญใหญ่ที่สุดแล้ว แต่แข่งกันว่าเหรียญของใครมีช่องทางให้คนเอาไปใช้จริงมากที่สุด ถ้า Circle มี USDC และ Infrastructure ส่วน Binance มีผู้ใช้งานและ Distribution คนหนึ่งมีเหรียญ อีกคนมีคนใช้ พอจับมือกันยาว 5 ปี เกมของ USDC ในตลาดโลก โดยเฉพาะ Emerging Markets ก็น่าจับตาขึ้นเยอะ

    *SEC เปิดทาง Tokenized Stocks! ทดลองเทรด On-chain ได้!!

    จำข่าว CLARITY Act ที่เพิ่งไปต่อไม่ได้ในวุฒิสภากันได้ไหม วันถัดมา Paul Atkins ประธาน SEC บอกว่า ถ้าเดินหน้าไม่ได้ SEC จะเดินเอง

    แล้วอีกวันก็ออก Innovation Exemption เปิดทางให้แพลตฟอร์ม Tokenized Securities ทดลองดำเนินงานได้ 5 ปี โดยไม่ต้องจดทะเบียนเป็น Exchange เต็มรูปแบบ พูดง่าย ๆ คือ เปิดทางให้ “หุ้น” ขึ้นไปซื้อขาย On-chain ได้ง่ายขึ้น

    แพลตฟอร์มเหล่านี้ Tokenized Securities Venues (TSVs) สามารถให้บริการ Automated Market Maker (AMM) และ Liquidity Pool เพื่อใช้ซื้อขายหลักทรัพย์ในรูป Token ได้ แบบที่เราเห็นในโลก DeFi แต่สามารถซื้อขาย Tokenized Securities

      แต่ SEC ขีดเส้นไว้ชัดว่าต้องเป็นสิทธิใน “หุ้นจริง” ไม่ใช่ Token ที่แค่เกาะราคาหุ้น คนถือ Token ต้องได้สิทธิเหมือนผู้ถือหุ้น เช่น รับปันผล, มีสิทธิ Vote และถ้าแพลตฟอร์มจะเอาหุ้นบริษัทอื่นมา Tokenize ก็ต้องแจ้งบริษัทนั้นก่อน 30 วัน และเจ้าของหุ้นมีสิทธิคัดค้านได้

      แล้วทำไมเรื่องนี้ถึงเป็นเรื่องใหญ่? เพราะ Wall Street กำลังทดลองนำ หุ้น, พันธบัตร, กองทุน ขึ้น Blockchain กันจริงจัง!! ข้อดีที่ตลาดมองคือ การ Settlement จะเร็วขึ้น, ลดต้นทุนด้วย และอนาคตอาจขยายไปถึงการซื้อขายได้ยาวนานกว่าเวลาตลาดปกติ

      ทาง Citi เองก็เคยประเมินว่า Tokenized Assets อาจโตถึง 5.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030

      อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้อยู่ได้ 5 ปี และยังไม่ใช่กฎหมายจาก Congress เป็นการใช้อำนาจของ SEC เพื่อเปิดพื้นที่ให้ตลาดทดลองก่อน เพราะฉะนั้นรัฐบาลหรือ SEC ชุดต่อไป ยังสามารถเปลี่ยนนโยบายได้

      และหากเรามองภาพใหญ่ Congress ยังตกลงกฎหมายคริปโทฯ กันไม่ได้ แต่เทคโนโลยีไม่ได้หยุดรอ SEC เลยใช้กติกาที่ตัวเองมี เปิดทางให้ตลาดทดลองไปก่อน และสิ่งที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่ว่า Crypto จะเข้า Wall Street ยังไง แต่กำลังกลับกัน…

      *Apple Pay หาคนสาย Stablecoin! เขากำลังมองอะไรอยู่?

      ล่าสุด Apple Pay เปิดรับตำแหน่ง Financial Product Strategy Lead ในสหรัฐฯ และหนึ่งใน Skill ที่ Apple อยากได้คือ คนที่เข้าใจ Stablecoin, Tokenized Deposits และ Crypto Technology 22 มีหน้าที่คือช่วยวางกลยุทธ์ระยะยาว หา Product และ Partnership ใหม่ ๆ ในธุรกิจ Wallet, Payment และ Commerce

      ก็เลยเริ่มมีคำถามว่า…Apple Pay กำลังมอง Stablecoin อยู่หรือเปล่า?

      คำตอบตอนนี้ คือ “ยังบอกไม่ได้” เพราะ Job Description ไม่ได้บอกว่า Apple จะออก Stablecoin หรือกำลังสร้างระบบจ่ายเงินด้วย Stablecoin มันบอกแค่ว่า Apple อยากมีคนที่เข้าใจเทคโนโลยีพวกนี้อยู่ในทีมวางกลยุทธ์

      แต่ Apple ไม่ได้มาเจ้าเดียว เพราะ Google ก็กำลังรับ Web3 Architect ที่ฮ่องกง และต้องการคนที่เข้าใจ Stablecoin, Tokenized Deposits, RWA Tokenization และ Digital Asset Custody เหมือนกัน ต่างกันตรงที่ Google มี Infrastructure พวกนี้อยู่แล้ว

      Google Cloud มีทั้ง Universal Ledger สำหรับ Tokenized Assets, และระบบ Payment ที่รองรับ Stablecoin กับ Crypto

      เพราะฉะนั้นฝั่ง Google คือการต่อยอดธุรกิจที่มีอยู่

      แต่ฝั่ง Apple น่าสนใจกว่า เพราะนี่คือทีมที่อยู่กับ Apple Pay, Apple Card และ Apple Cash เลย

      ข่าวนี้ยังไม่ใช่ “Apple Pay เตรียมใช้ Stablecoin” แต่ Job Posting บอกเราอย่างหนึ่งว่า..Stablecoin เข้าไปอยู่ในวงสนทนาของทีมที่วางอนาคต Apple Pay แล้ว ถ้าวันหนึ่ง Stablecoin เข้า Apple Pay จริง คนเป็นพันล้านอาจใช้ Blockchain โดยไม่ต้องรู้เลยว่าข้างหลังคือ Blockchain!!

      โดย ดวงกมล คล่องบุญจิต