
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงอย่างต่อเนื่องในวันนี้ โดยปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันทำการที่ 5 ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ร่วงลงหลุดระดับ 94 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์หลุด 99 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังมีรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียจะกลับมาเปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline อีกครั้ง อย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากรายงานที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์พร้อมที่จะเจรจากับอิหร่าน และสหรัฐจะไม่ทำการโจมตีกลุ่มฮูตี
ณ เวลา 19.45 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนต.ค. ลบ 2.28 ดอลลาร์ หรือ 2.38% สู่ระดับ 93.50 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. ลบ 1.56 ดอลลาร์ หรือ 1.55% สู่ระดับ 98.78 ดอลลาร์/บาร์เรล
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังดำเนินการทดสอบท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline และอาจกลับมาเปิดได้ภายในสัปดาห์นี้ โดยขณะนี้ท่อส่งน้ำมันดังกล่าวได้เริ่มสูบน้ำมันในอัตราต่ำแล้ว และอาจกลับมาส่งออกน้ำมันผ่านท่าเรือยานบู ซึ่งตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลแดง ภายในวันนี้
ซาอุดีอาระเบียได้ปิดท่อส่งน้ำมันดังกล่าว หลังจากได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรนที่ยิงมาจากประเทศอิรักเมื่อวันที่ 10 กันยายน
ท่อส่งน้ำมันสายนี้มีบทบาทสำคัญในการช่วยเบี่ยงเส้นทางการส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียไปยังทะเลแดง ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
นักลงทุนจับตาความเป็นไปได้ในการใช้แนวทางการทูตในการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังจากมีรายงานว่า ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์ก ขณะที่ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาเปิดกว้างที่จะพบกับผู้นำอิหร่าน ในการประชุม UNGA ในสัปดาห์นี้
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ



