
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนว่าจะเกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออก ชลบุรี และพื้นที่เกี่ยวเนื่องในสัปดาห์นี้ว่า ล่าสุดได้มีการประชุมเร่งด่วนคณะกรรมการติดตาม ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำแล้งในพื้นที่ภาคกลาง โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธาน โดยพบว่า ในช่วงวันที่ 23-26 กันยายนนี้ จะมีปริมาณฝนตกหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่างบางส่วน
นายภราดร กล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นำข้อมูลมาเสนอ พร้อมรับข้อสั่งการจากรองนายกรัฐมนตรีในหลายประเด็น
โดยในพื้นที่ภาคกลางได้ประเมินว่า ปริมาณน้ำตกค้างจากฝนตกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาจากพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร พิษณุโลก นครสวรรค์ สุโขทัย และอุทัยธานี ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น กรมชลประทานจึงต้องปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำขึ้นเรื่อยๆ และได้ออกประกาศว่าจะปรับเพิ่มการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาไปที่ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
นายภราดร กล่าวถึงผลกระทบจากการระบายน้ำว่า จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำไล่ตั้งแต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทองบางส่วน รวมถึงพื้นที่ลุ่มน้ำฝั่งท่าจีนอย่างจังหวัดสุพรรณบุรี โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบางปลาม้าและอำเภอสองพี่น้องที่อาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะควบคุมการระบายน้ำไม่ให้เกินระดับนี้
ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ปริมาณฝนช่วง 3-4 วันนับจากนี้ นายเอกนิติได้กำชับและสั่งการให้บริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่บริหารจัดการน้ำในแนวดิ่งเพียงอย่างเดียว แต่ให้บริหารจัดการน้ำในแนวก้างปลาด้วย ซึ่งทุ่งรับน้ำหลายแห่งที่เกษตรกรได้เก็บเกี่ยวพืชผลแล้ว จะนำน้ำไปเก็บไว้ก่อน ทั้งในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และลพบุรีบางส่วน เพื่อลดผลกระทบแก่ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ
ทั้งนี้ นายภราดร ฝากเตือนประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ให้รับฟังข่าวสารอย่างใกล้ชิดตลอดช่วง 1 สัปดาห์หลังจากนี้ ซึ่งตนได้สอบถามในที่ประชุมถึงการประเมินร่วมกันระหว่างกรมอุตุนิยมวิทยา สทนช. และกรมชลประทาน ว่า น้ำก้อนนี้จะเป็นก้อนสุดท้ายหรือไม่ ซึ่งจากการพยากรณ์ล่าสุด ณ วันนี้ ยังยืนยันว่าปริมาณน้ำฝนก้อนนี้จะเป็นก้อนใหญ่ก้อนสุดท้าย
หลังจากนี้อาจมีเข้ามาอีกในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งทิ้งระยะห่างพอสมควรให้สามารถระบายน้ำก้อนนี้ออกไปได้ ดังนั้น ผลกระทบจะเกิดขึ้นในพื้นที่ลุ่มต่ำตามที่ระบุไว้ แต่จะพยายามควบคุมให้เกิดผลเสียน้อยที่สุด
ส่วนการสร้างความเข้าใจกับประชาชนนั้น นายภราดร ระบุว่า ในบางพื้นที่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว 100% เช่น ทุ่งผักไห่ และทุ่งบางบาล ซึ่งสามารถนำน้ำไปเก็บไว้ได้ตามข้อตกลงพื้นที่ทุ่งรับน้ำ สำหรับพื้นที่อื่นตามแนวนโยบายการบริหารจัดการน้ำแบบก้างปลา อาจต้องนำน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานเพิ่มขึ้น แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่กำชับกับกรมชลประทานคือ ต้องระบายเข้าไปอย่างพอดี ไม่ใช่เข้าไปสร้างผลกระทบเพิ่มเติมในพื้นที่อื่น ซึ่งกรมชลประทานมีอาคารและประตูน้ำควบคุมในพื้นที่ที่สามารถประเมินได้เอง เพื่อบริหารจัดการให้พอดีและเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขให้ได้มากที่สุด
นอกจากนี้ นายภราดร ชี้แจงว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อรองรับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นการประชุมเร่งด่วนหลังจากเพิ่งได้รับสัญญาณปริมาณน้ำฝนจากกรมอุตุนิยมวิทยาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อจับสัญญาณได้ ทางรัฐบาลก็เร่งแจ้งเตือนประชาชนให้เร็วที่สุด
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน



