G7 เรียกร้องฮูตีหยุดโจมตีเรือพาณิชย์ พร้อมจี้อิหร่านยุติจัดส่งอาวุธ หวั่นกระทบศก.โลก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกลุ่มประเทศ G7 ได้ออกแถลงการณ์ร่วมในวันจันทร์ (21 ก.ย.) โดยเรียกร้องให้กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนยุติการโจมตีเรือพาณิชย์ พร้อมทั้งเรียกร้องให้อิหร่านหยุดส่งอาวุธให้แก่กลุ่มดังกล่าว ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงด้านพลังงานทั่วโลก หลังจากกลุ่มกบฏฮูตีได้เข้าควบคุมเส้นทางการขนส่งทางทะเลที่สำคัญ

บรรดารัฐมนตรีระบุในแถลงการณ์ภายหลังการประชุมนอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ณ นครนิวยอร์ก ว่า สถานการณ์ในเยเมน “ถือเป็นภัยคุกคามที่ไม่สามารถยอมรับได้ต่อเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค”

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า กลุ่มกบฏฮูตีได้เข้ายึดครองพื้นที่ฝั่งเยเมนบริเวณช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb) ซึ่งเชื่อมต่อทะเลแดงเข้ากับอ่าวเอเดน โดยเส้นทางนี้เป็นเส้นทางเดินเรือทางเลือกทดแทนช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าสำคัญที่ต้องปิดลงนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่านเปิดฉากขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนก.พ.

ท่ามกลางแนวโน้มที่ราคาน้ำมันและพลังงานอาจปรับตัวสูงขึ้นอีก บรรดารัฐมนตรีได้ย้ำถึง “ความจำเป็นอย่างยิ่งในการรับประกันความปลอดภัยและความมั่นคงทางทะเลอย่างถาวร” เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการหยุดชะงักอย่างเรื้อรังต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

นอกเหนือจากการปิดล้อมเรือของซาอุดีอาระเบียแล้ว กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านยังได้ก่อเหตุโจมตีเข้าใส่ดินแดนซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้เกิดความกังวลที่มากขึ้นเกี่ยวกับความขัดแย้งในภูมิภาคที่อาจขยายวงกว้างขึ้น และซ้ำเติมความปั่นป่วนของตลาดพลังงานโลก

ทั้งนี้ บรรดารัฐมนตรีได้ประณามการโจมตีของกลุ่มฮูตีในเยเมนและต่อซาอุดีอาระเบีย “อย่างรุนแรงที่สุด” โดยระบุว่า การกระทำของกลุ่มฮูตีและอิหร่าน “ถือเป็นรูปแบบการยกระดับความตึงเครียดที่อันตราย ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้ความขัดแย้งทรุดหนักลง บั่นทอนการค้าสากล และสร้างความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจระดับโลก”

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ในการประชุมดังกล่าว สหรัฐฯ ได้ส่ง แอลลิสัน ฮุกเกอร์ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศฝ่ายกิจการการเมือง เป็นผู้แทนเข้าร่วมการหารือ

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต