พบจุดรั่วท่อส่งน้ำมันพระราม 3 ใต้ปลอกครอบท่อแผลยาว พร้อมสั่งตรวจท่อทั้งระบบ-ทำแผนเปลี่ยนท่อจุดเสี่ยง

น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการ รมว.พลังงาน ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วไหลบริเวณถนนเชื้อเพลิง พระราม 3 พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาสาเหตุและตรวจสอบความปลอดภัยของระบบท่อขนส่งน้ำมัน หลังเกิดเหตุรั่วไหลและต้องใช้เวลาตรวจสอบจุดรั่วใต้ปลอกครอบท่อ

น.ส.ฐิติภัสร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถพบจุดรั่วของท่อได้แล้ว โดยอยู่บริเวณใต้ Sleeve หรือปลอกครอบท่อ ซึ่งปลอกดังกล่าวมีความยาวประมาณ 1.8 เมตร และติดแน่นกับท่อขนส่งน้ำมัน ทำให้ไม่สามารถเลื่อนปลอกออกเพื่อตรวจสอบได้ บริษัทจึงปรับวิธีการทำงานเป็นการลอกปลอกครอบออกทีละแผ่น เพื่อเปิดพื้นที่ให้สามารถตรวจสอบสภาพท่อได้อย่างละเอียด

“กรมธุรกิจพลังงานได้แจ้งให้กลุ่มบริษัทบางจากจัดหา Third Party ที่มีความเชี่ยวชาญและมีเครื่องมือ UT Scan หรือ Ultrasonic Testing เข้ามาช่วยตรวจสอบ เพราะเป็นเครื่องมือที่สามารถตรวจสภาพวัสดุและหารอยร้าวภายในได้โดยไม่ทำลายชิ้นงาน” น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าว

น.ส.ฐิติภัสร์ ระบุว่า ผลการตรวจสอบด้วยเครื่อง UT Scan เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา สามารถระบุจุดที่มีการรั่วซึมได้ โดยอยู่จากปลายปลอกครอบท่อเข้าไปประมาณ 1.2 เมตร และพบแผลบริเวณท่อมีความยาวประมาณ 6.6 เซนติเมตร ลึกประมาณ 7 มิลลิเมตร

สำหรับการดำเนินการต่อไป ทีมวิศวกรและช่างเทคนิคจะเร่งซ่อมแซมแผลด้วยวิธี Wrap จากนั้นเมื่อวัสดุที่ใช้ซ่อมแห้ง จะทำการตรวจสอบด้วย UT Scan ซ้ำ รวมถึงใช้เครื่องมืออื่นตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อยืนยันว่าจุดที่ซ่อมไม่มีการรั่วซึม ก่อนเข้าสู่กระบวนการ Pressure Test หรือการทดสอบแรงดัน

“เราจะไม่จบเพียงแค่การซ่อมจุดที่พบในวันนี้ แต่ต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่าท่อทั้งระบบมีความปลอดภัย หลังผ่านขั้นตอนการทดสอบแล้ว จะมีการทำ Intelligent Pigging Test ตรวจสอบภายในท่อด้วยกระสวยอัจฉริยะตลอดแนวท่อระยะทางประมาณ 32 กิโลเมตร เพื่อประเมินความหนาของท่อและค้นหาจุดที่มีความเสี่ยงต่อการรั่วซึมเพิ่มเติม หากพบจุดที่มีความเสี่ยง บริษัทจะต้องจัดทำแผนเปลี่ยนท่อใหม่ ขณะที่จุดที่พบความเสียหายในปัจจุบันก็ต้องเสนอแผนเปลี่ยนท่อใหม่ตามหลักวิศวกรรม โดยมีเจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงานกำกับดูแลการดำเนินการและการทดสอบอย่างใกล้ชิด“น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าว

น.ส.ฐิติภัสร์ ยังเปิดเผยว่า กรมธุรกิจพลังงานได้ออกคำสั่งให้บริษัทส่งประวัติการบำรุงรักษาท่อ รวมถึงข้อมูลบริเวณที่มีการติดตั้งปลอกหุ้มท่อทั้งหมด เพื่อให้กรมฯ ตรวจสอบว่ามีบริเวณใดที่เคยมีประวัติหรือมีความเสี่ยงต่อการรั่วไหลอีกหรือไม่

“โดยเฉพาะแนวท่อบริเวณตอม่อทั้งหมด จะต้องสำรวจและวางแผนแนวท่อใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน เพื่อไม่ให้เกิดการรั่วไหลขึ้นอีกในอนาคต” น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าว

เลขานุการ รมว.พลังงาน กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้จำเป็นต้องตรวจสอบให้ครอบคลุมทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงแก้ไขเฉพาะจุดที่เกิดเหตุ โดยกระทรวงพลังงานและกรมธุรกิจพลังงานจะกำกับให้บริษัทดำเนินการตามหลักวิศวกรรม ตั้งแต่การซ่อมแซม การทดสอบแรงดัน ไปจนถึงการตรวจสอบท่อทั้งแนว เพื่อสร้างความมั่นใจว่าระบบขนส่งน้ำมันมีความปลอดภัยและลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุซ้ำในอนาคต

*กทม.เร่งตรวจสอบท่อส่งน้ำมันทุกจุดที่พาดผ่านบริเวณตอม่อทางด่วน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีน้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำบริเวณถนนเชื้อเพลิง เขตคลองเตย หลังเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันค้นหาต้นตอต่อเนื่อง 13 วัน จนพบรอยร้าวบนท่อส่งน้ำมันเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันนี้ โดยรอยร้าวมีความยาวประมาณ 9 เซนติเมตร และมีน้ำมันซึมออกมา

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า การตรวจสอบต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เนื่องจากท่อมีปลอกเหล็กหุ้มอยู่ เจ้าหน้าที่จึงต้องค่อย ๆ ตัดปลอกออกเป็นช่วง ๆ ด้วยอุปกรณ์ที่ไม่ก่อให้เกิดประกายไฟ เมื่อเปิดออกพบว่าตัวท่อด้านในมีลักษณะโค้งงอและมีรอยร้าว ขณะที่ปลอกเหล็กมีคราบน้ำมันสะสมอยู่

สำหรับสาเหตุเบื้องต้น ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า อาจเกี่ยวข้องกับการทรุดตัวของพื้นดินที่แตกต่างกันบริเวณตอม่อทางด่วน เนื่องจากพื้นที่ที่มีฐานรากและเสาเข็มรองรับจะทรุดตัวน้อยกว่า ขณะที่พื้นที่โดยรอบไม่มีฐานราก จึงอาจเกิดการทรุดตัวต่างระดับ เมื่อแนวท่อพาดผ่านพื้นที่ทั้งสองส่วน อาจเกิดแรงกดบริเวณรอยต่อ ทำให้ท่อโค้งงอและเกิดรอยร้าว

อย่างไรก็ตาม รอยร้าวที่พบยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็น จุดรั่วหลัก ที่ทำให้น้ำมันเข้าสู่ระบบท่อระบายน้ำ โดยต้องตรวจสอบระบบทั้งหมดและหาความเชื่อมโยงของน้ำมันที่พบในระบบระบายน้ำเพิ่มเติม ก่อนสรุปสาเหตุที่ชัดเจน

ขณะนี้ได้หยุดการส่งน้ำมันผ่านท่อดังกล่าวชั่วคราวแล้ว ขณะที่ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จำกัดพื้นที่ สูบของเหลวปนเปื้อนออกจากระบบ และเฝ้าระวังไอระเหย รวมถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า หลังจากนี้ กทม. จะตรวจสอบท่อส่งน้ำมันทุกจุดที่พาดผ่านบริเวณตอม่อทางด่วน เพื่อประเมินความเสี่ยงและป้องกันเหตุในลักษณะเดียวกัน โดยพิจารณาทั้งสภาพท่อและสภาพแวดล้อมโดยรอบ โดยเฉพาะจุดที่มีความแตกต่างของฐานรากและการทรุดตัวของพื้นดิน

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญจากทุกหน่วยงานที่ร่วมกันปฏิบัติงานต่อเนื่องตลอด 13 วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเปิดตรวจสอบท่อซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังสูง เนื่องจากต้องหลีกเลี่ยงการเกิดประกายไฟ พร้อมขอบคุณกระทรวงพลังงานที่ติดตามและสนับสนุนการทำงานอย่างใกล้ชิด จนสามารถค้นพบจุดที่มีปัญหาได้

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่อดังกล่าวเป็นท่อส่งน้ำมันที่มีความสำคัญต่อระบบขนส่งน้ำมัน โดยลำเลียงน้ำมันจากบริเวณช่องนนทรีไปยังอยุธยา ดอนเมือง และสุวรรณภูมิ ก่อนกระจายต่อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ การขนส่งผ่านระบบท่อช่วยลดการขนส่งทางถนน ลดการใช้เชื้อเพลิง และลดผลกระทบด้านมลพิษจากการขนส่ง

“รู้ปัญหาแล้วก็สบายใจขึ้น เพราะจะได้แก้ให้ตรงจุด ที่สำคัญต้องขอบคุณทุกส่วนงานที่ช่วยกัน โดยเฉพาะกระทรวงพลังงานที่ติดตามเรื่องนี้อย่างเข้มข้น จนทำให้เราต้องเร่งหาจุดที่มีปัญหาให้เจอ และเมื่อเจอแล้วก็จะเดินหน้าซ่อมให้เรียบร้อยครับ” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

โดย วรินทร ศิรินอก/เสาวลักษณ์ อวยพร