
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวถึงกรณีดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีพื้นฐาน (Baseline Tariff) สำหรับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศในอัตรา 10% และภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) กับอีกหลายประเทศ รวมถึงคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งไทยถูกเก็บในระดับ 37% ว่า ปัจจัยดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง และมีหลายประเทศที่ดัชนีหุ้นปรับตัวลดลงมากกว่าไทย โดยเฉพาะประเทศที่มีการส่งออกไปสหรัฐฯ ค่อนข้างมาก
“เวลาที่หุ้นลง ก็น่าจะลงเหมือนกันทั้งโลก ลงคล้าย ๆ กัน อาจจะมีมากบ้าง น้อยบ้าง ส่วนการที่ว่าหุ้นจะกลับขึ้นมาที่เดิมได้หรือไม่นั้น ต้องดูว่าประเทศนั้น จะมีวิธีการแก้ปัญหานี้ที่แตกต่างจากประเทศอื่นอย่างไร แปลว่าจะต้องเก่งจนทำให้ความเชื่อมั่นในมิติต่าง ๆ กลับมาได้” นายพิชัย กล่าว
อย่างไรก็ดี เชื่อว่านักลงทุนจะมีความเข้าใจ สะท้อนจากราคาหุ้น และพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และข้อมูลปัจจุบันว่ารัฐบาลได้เตรียมมาตรการในการดูแลรับมือไว้อยู่แล้ว เชื่อว่านักลงทุนรู้ว่าผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวจะมีไม่มาก จึงอยากให้นักลงทุนติดตามข่าว ว่ารัฐบาลจะดำเนินการ และมีเงื่อนไขอย่างไร
พร้อมยอมรับว่า หากรัฐบาลไม่มีวิธีแก้ปัญหาที่ดี ก็มีโอกาสที่นโยบายภาษีของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยไม่น้อยกว่า 1% ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องมาดูว่าจะดำเนินการแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร โดยจะต้องเป็นวิธีที่ดีที่สุด และต้องเป็นการแก้ปัญหาในเชิงสร้างสรรค์ เพราะเรื่องนี้สร้างผลกระทบที่ใหญ่ และเป็นผลกระทบที่ซับซ้อน หลายขั้นตอน ไม่ใช่แค่ผลกระทบที่จะเกิดระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบทางอ้อม ทั้งกับคู่ค้าของไทย และคู่ค้าของไทยที่มีการค้าขายกับสหรัฐฯ ด้วย
รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าวอีกว่า วิธีการที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ช่องว่างที่ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ แคบลง นั่นคือ การเร่งสร้างสมดุล โดยการนำเข้าวัตถุดิบที่จำเป็นและประเทศมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็ต้องเร่งส่งออกเพิ่มด้วยเช่นกัน ซึ่งการนำเข้าเพิ่มที่สามารถทำได้นั้น ผ่านกลุ่มสินค้าเกษตร ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงก๊าซ LNG
อย่างไรก็ดี หลังจากนี้ทุกส่วน ทั้งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กระทรวงพาณิชย์ กรมศุลกากร กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จะต้องเอาโจทย์ที่ได้รับ มาหารือกันให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้รู้ว่าจะต้องแก้ปัญหาอะไรบ้าง
“ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันหมด ก็ต้องมาดูวิธีการแก้ปัญหา ส่วนตัวมองว่า หากเราตอบโตด้วยการขึ้นภาษีเหมือนกัน ก็อาจจะทำให้ขายสินค้าไม่ได้ ดังนั้นวิธีการตอบโต้ด้วยภาษี จึงไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีขนาดเล็ก เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ส่วนตัวผม คิดว่าวิธีที่ดีที่สุด คือ เราต้องแก้ปัญหาในเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งถามว่ายากไหม ก็ต้องยอมรับว่ายาก หลาย ๆ ผู้รู้ก็ออกมายืนยันแล้วว่า หากไม่ทำอะไรเรื่องนี้จะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจค่อนข้างมาก” นายพิชัย ระบุ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 เม.ย. 68)
Tags: ตลาดหุ้น, ตลาดหุ้นไทย, นักลงทุน, พิชัย ชุณหวชิร, หุ้นไทย