ส.อ.ท.ห่วงผลกระทบทางอ้อมนโยบายภาษีสหรัฐ ทำสินค้าถูกทะลักไทย เรียกถกพรุ่งนี้

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีพื้นฐาน (Baseline Tariff) สำหรับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศในอัตรา 10% และภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) กับอีกหลายสิบประเทศ รวมถึงคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งประเทศไทยถูกเก็บในระดับ 36% ว่า ยอมรับว่ารู้สึกประหลาดใจกับตัวเลขภาษีดังกล่าวซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์เกือบ 2-3 เท่า จากเดิมที่มีการคาดว่าค่าเฉลี่ยจากการขึ้นภาษีครั้งนี้จะมีส่วนต่างเพียง 11% ซึ่งจะมีผลกระทบราว 7-8 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 2-3 แสนล้นบาท ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งมาหารือเพื่อวางแผน หามาตรการในการรับมือ แก้ไข และบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

“ช็อกเหมือนกัน เพราะตัวเลขมากกว่าที่คาดการณ์ 2-3 เท่าตัว แม้ว่าเดิมเราจะประเมินไว้อยู่แล้วว่ายังไงไทยก็โดนแน่นอน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ ดังนั้นก็ต้องมาคุยกันก่อนว่าวิธีคิดแบบสหรัฐฯ เป็นอย่างไร เพราะยังมีหลายส่วนที่อาจจะยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของ Non Tariff Barriers ที่ตีความได้หลายอย่าง ก็ต้องมาคุยกันว่าอะไรที่ทำให้เขาพอใจได้บ้าง” นายเกรียงไกร กล่าว

สิ่งที่น่ากังวล คือผลกระทบทางอ้อม เนื่องจากหลายประเทศถูกปรับขึ้นภาษีในระดับที่สูงมาก เช่น จีน ที่ถูกขึ้นภาษีถึง 54% ขณะที่มีอีกหลายประเทศที่ถูกขึ้นภาษีสูงกว่าไทย ดังนั้นความน่ากลัวจากนี้ คือ สินค้าราคาถูกที่จะส่งออกไปยังสหรัฐฯ ไปไม่ได้ ไม่ใช่แค่จากจีนเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายประเทศที่มีสินค้าราคาถูกประเภทเดียวกัน เช่น เวียดนาม และอินเดีย ตรงนี้อาจจะทะลักเข้ามาในประเทศไทย ดังนั้นจึงต้องมาเร่งปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ผลกระทบทางอ้อมตรงนี้เข้ามากระทบกับภาคอุตสาหกรรมของไทยที่กำลังแย่อยู่

ด้านนายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า นายเกรียงไกร จะเรียกประชุมเพื่อประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม พร้อมทั้งพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยปัจจุบัน ส.อ.ท.มีสมาชิก 47 กลุ่มอุตสาหกรรม

“พรุ่งนี้ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ จะเรียกประชุมเพื่อประเมินผลกระทบว่ามีอุตสาหกรรมใดบ้าง และมีทางออกอย่างไร” นายอิศเรศ กล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 เม.ย. 68)

Tags: , ,
Back to Top