เก็งกลุ่ม GULF วิ่งคึกรับกลับเข้าเทรดพรุ่งนี้ โบรกคาด NewCo กำไรทุบสถิติต่อเนื่อง-เครดิตเพิ่มหนุนต้นทุนดอกเบี้ยลด

หุ้น บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ [GULF] จะกลับมาเทรดอีกครั้งพรุ่งนี้(3 เม.ย.) หลังจากถูกพักการซื้อขาย (SP) ไปเมื่อ 21 มี.ค.-2 เม.ย.ที่ผ่านมา โดย GULFI (บริษัทเดิม) และ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ [INTUCH] ได้ดำเนินการควบรวมเสร็จสิ้นแล้ว บล.ดาโอ (ประเทศไทย) คาดหุ้นในกลุ่มนี้จะกลับมาเทรดกันคึกคักอีกครั้ง ราคาปิดสุดท้ายของหุ้น GULF ก่อน SP อยู่ที่ 56.56 บาทต่อหุ้น

อนึ่ง ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะไม่กำหนดราคาซื้อขายสูงสุดและต่ำสุด (Ceiling & Floor) ของหุ้นสามัญ GULF ในวันที่ 3 เม.ย.68 ซึ่งเป็นวันแรกที่มีการซื้อขาย และเมื่อได้มีการซื้อขายหุ้นสามัญของ GULF แล้วในวันทำการถัดไป Ceiling & Floor ของหุ้นสามัญ GULF จะถูกปรับให้เป็นไปตามเกณฑ์ปกติ

บล.กรุงศรี เริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น GULF (NewCo) ที่ 56.5 บาท/หุ้น อิง SOTP โดย GULF ยังเป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าที่มีความ Secured บนสัญญารูปแบบ IPP และ Renewables, มี MW growth ต่อเนื่อง, รวมถึงมีการเติบโตทั้งในแง่ของกำไร และ Operating Cashflow จากการควบรวมธุรกิจ Telecom

กำไรปกติปี 68-70 ของ GULF (NewCo) คาดว่าจะทำจุดสูงสุดต่อเนื่องบนการเติบโตเฉลี่ย 18% CAGR จาก i) Equity MW ของโรงไฟฟ้าใหม่ที่กำลังทยอย COD ในปี 68-70 รวม 2,535 MW ii) การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ราว 5% ต่อปี iii) คาดอัตรากำไรขั้นต้นเริ่มปรับตัวดีขึ้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซลดลงในปี 69-70 ไปอยู่ที่บริเวณ 302 และ 281 บาทต่อ MMBTU โดยประมาณการปัจจุบันเรายังไม่รวม Upside จาก Potential project บนพลังงานหมุนเวียนหลังควบรวม ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะคิดเป็นกำไรส่วนเพิ่มราว 34-64% ของประมาณการปี 69

ส่วนนโยบายภาครัฐที่จะลดค่าไฟต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า มองเป็นจิตวิทยาลบต่อโรงไฟฟ้า IPP และ Renewables โดยให้น้ำหนักต่อการลดค่าไฟผ่านการลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือการให้ กฟผ.รับภาระหนี้เพิ่มเติมบนหนี้ปัจจุบัน 8-9 หมื่นลบ. ซึ่งเทียบกับจุดสูงสุดที่เคยรับภาระ 1.1 แสนลบ. ยังมีช่องว่างเล็กน้อย นอกจากนี้การปรับสัญญา IPP และ Renewables ยังติดสัญญา PPA และเป็นแนวทางที่ถูกหยิบยกและตีตกหลายครั้งเราจึงมองความเป็นไปได้ไม่สูงนัก เราจึงเลือก GULF เป็น Top pick ของกลุ่ม

ขณะที่ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า GULF ได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรจาก “A+” เป็น “AA-” (1 ระดับ) โดย TRIS Rating พร้อมเพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของบริษัทฯ จาก “A” เป็น “AA-” (2 ระดับ) ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” สะท้อนถึงฐานะการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งขึ้น และลดความซับซ้อนของธุรกิจ พร้อมเติบโต

เรามองบวกกับอันดับเครดิตที่เพิ่มขึ้นนี้ และถือเป็นสิ่งแรกที่เห็นหลังควบรวมเป็น GULF ใหม่ ระหว่างที่รอแรงหนุนระยะยาวจากการขยายการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าและ ICT โดยประเมินว่า credit rating ที่ดีขึ้น 1 notch เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยที่อาจลดลงประมาณ 20-40bps ทำให้คำนวณได้ว่าทุกๆ 25bps ที่ลดลงต่อปีจะทำให้ GULF มีดอกเบี้ยลดลงราว 800 ลบ./ปี จากหนี้ที่มีราว 3.15 แสนลบ.

เรายังเลือก GULF เป็น Top pick ใน Q2/68 นอกจากนี้จากงบ Proforma ที่ GULF แจ้งตลาด เราพบว่าสอดคล้องกับที่บริษัทให้ Guidance คือกำไรหลักจะเพิ่มขึ้น 3-4 พันลบ.ปี จากการถือหุ้น ADVANC เพิ่มเป็น 40% จากเดิม 20% รวมถึงฐานทุนที่ใหญ่ขึ้น 1.5 แสนลบ. ทำให้ NET IBD/E ลดลงเหลือ 0.8x จาก 1.8x ใน Q4/67

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 เม.ย. 68)

Tags: , ,
Back to Top