
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (26 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้า โดยล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ลงนามในคำสั่งเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ในอัตรา 25%
- ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 42,454.79 จุด ลดลง 132.71 จุด หรือ -0.31%,
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,712.20 จุด ลดลง 64.45 จุด หรือ -1.12% และ
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 17,899.02 จุด ลดลง 372.84 จุด หรือ -2.04%
ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีร่วงลงทันทีที่คาโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า ปธน.ทรัมป์จะจัดการแถลงข่าวในวันพุธเพื่อประกาศการเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ และล่าสุดมีรายงานว่าขณะนี้ปธน.ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารแล้ว เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ในอัตรา 25% โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย. ซึ่งทรัมป์ระบุว่ารถยนต์ที่จะถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรครั้งนี้ คือรถยนต์ทุกคันที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ ส่วนรถยนต์ที่ผลิตในสหรัฐฯ จะได้รับการยกเว้นภาษี
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าทั่วโลก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอุตสาหกรรมรถยนต์คาดการณ์ว่า การเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จะส่งผลให้ราคารถยนต์ปรับตัวสูงขึ้นและเป็นอุปสรรคต่อการผลิต
หุ้นบริษัทผลิตรถยนต์ร่วงลงอย่างหนัก โดยหุ้นเทสลา (Tesla) ร่วงลง 5.6% หุ้นเจเนอรัล มอเตอร์ (GM) ร่วงลง 3.1% ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสหรัฐฯ อาจจะถูกบรรดาประเทศคู่ค้าใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและภาคธุรกิจทั่วโลก
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มบริการด้านการสื่อสารร่วงลงหนักที่สุดในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 โดยหุ้นเมตา แพลตฟอร์ม (Meta Platforms) ร่วงลง 2.45% หุ้นอัลฟาเบท (Alphabet) ดิ่งลง 3.27% หุ้นอะเมซอนดอทคอม (Amazon.com) ร่วงลง 2.2% หุ้นเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ร่วงลง 2.67%
หุ้นกลุ่มบริษัทผลิตชิปรายใหญ่ร่วงลง โดยหุ้นอินวิเดีย (Nvidia) ทรุดตัวลง 5.7% หุ้นบรอดคอม (Broadcom) ดิ่งลง 4.7% หุ้นอินเทล (Intel) ร่วงลง 3.22% ส่งผลให้ดัชนีดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) ร่วงลง 3.3%
นักวิเคราะห์ของบาร์เคลย์ส (Barclays) ได้ปรับลดเป้าหมายดัชนี S&P500 ลงสู่ระดับ 5,900 จุด จากระดับ 6,600 จุด โดยระบุว่า มาตรการภาษีศุลกากรมีแนวโน้มที่จะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนก.พ. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะลดลง 1.0% หลังจากพุ่งขึ้น 3.3% ในเดือนม.ค.
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 มี.ค. 68)
Tags: dowjones, ดาวโจนส์, ตลาดหุ้น, ตลาดหุ้นนิวยอร์ก