แผนเก็บค่าเทียบท่าจากเรือจีนเสี่ยงกระทบอุตสาหกรรมเดินเรือสหรัฐฯ

ผู้บริหารอุตสาหกรรมกล่าวในที่ประชุมรับฟังความคิดเห็นของสำนักงานผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ (USTR) เมื่อวันจันทร์ (24 มี.ค.) ว่า แผนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมต่อเรือของสหรัฐฯ อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องจากต้องพึ่งพาค่าธรรมเนียมที่เสนอให้เรียกเก็บจากเรือที่เกี่ยวข้องกับจีนซึ่งจะกระทบผู้ประกอบการเรือในประเทศ ท่าเรือ ผู้ส่งออก และการจ้างงาน

ประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงคือค่าธรรมเนียมแบบขั้นบันไดที่เสนอให้เรียกเก็บจากเรือที่สร้างในจีน ซึ่งอาจสูงถึงกว่า 3 ล้านดอลลาร์ต่อครั้งที่เข้าเทียบท่าในสหรัฐฯ โดยรัฐบาลทรัมป์ระบุว่า ค่าธรรมเนียมนี้จะช่วยลดอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการทหารของจีนที่เพิ่มขึ้นในน่านน้ำสากล และส่งเสริมการใช้เรือที่สร้างภายในประเทศ

ทั้งนี้ สหภาพแรงงานเหล็กกล้าสหรัฐฯ (USW) ผู้ผลิตเหล็กกล้าในสหรัฐฯ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครตให้การสนับสนุนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมนี้ โดยมองว่าจะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ได้สร้างความกังวลอย่างมากในอุตสาหกรรมเดินเรือของสหรัฐฯ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อบริษัทขนส่งทางเรือของสหรัฐฯ และลูกค้า ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่รัฐบาลต้องการให้ช่วยกระตุ้นคำสั่งซื้อจากอู่ต่อเรือในประเทศ

เอ็ดเวิร์ด กอนซาเลซ ซีอีโอของซีบอร์ด มารีน (Seaboard Marine) ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ กล่าวต่อ USTR เมื่อวันจันทร์ (24 มี.ค.) ว่า ผลประโยชน์ของชาติจะไม่เกิดขึ้น หากความพยายามกระตุ้นการต่อเรือในสหรัฐฯ กลับทำลายผู้ประกอบการเดินเรือของสหรัฐฯ เสียเอง

ข้อมูลจากอัลฟาไลเนอร์ (Alphaliner) ผู้ให้บริการข้อมูลด้านพาณิชย์นาวีระบุว่า เช่นเดียวกับผู้ประกอบการเรือสหรัฐฯ หลายราย ซีบอร์ด มารีนพึ่งพาเรือที่ผลิตในจีน โดยบริษัทมีเรือที่สร้างในจีนถึง 16 ลำจากกองเรือทั้งหมด 24 ลำ

ผู้ประกอบการเรือสหรัฐฯ ชี้ว่า ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากเรือที่เกี่ยวข้องกับจีนอาจยิ่งผลักดันให้สินค้าส่งออกของสหรัฐฯ ต้องใช้บริการบริษัทขนส่งทางทะเลที่เป็นของต่างชาติมากขึ้น ซึ่งมีทรัพยากรที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่า

ตามข้อมูลของ USTR ส่วนแบ่งตลาดการต่อเรือของจีนเพิ่มขึ้นจากไม่ถึง 5% ในปี 2542 เป็นมากกว่า 50% ในปี 2566

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มี.ค. 68)

Tags: , , ,
Back to Top