คลัง จ่อทำ Master Plan มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เข็น GDP ปีนี้โตเกิน 3%

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวในการประชุมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ว่า เป็นการหารือเกี่ยวกับมาตรการเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี 2568 ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการว่าต้องการเห็นเป้าหมายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้ของรัฐบาลในเชิงรุก ที่ 3-3.5% ดังนั้นจึงต้องมาพิจารณาว่าจะดำเนินการในเรื่องใดได้บ้างเพื่อสนับสนุนการเติบโตให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย

ทั้งนี้ อาจต้องมีการจัดทำเป็น Master Plan ใหญ่ว่าจะมีแผนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในส่วนใดบ้าง เพื่อให้ได้ผลที่แท้จริง และเป็นแผนขับเคลื่อนที่สามารถจับต้องได้ โดยเน้นไปที่จุดแข็งของประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีการผลักดันการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ และถือว่ารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นเครื่องจักรตัวที่ 1 ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

โดยหลังจากนี้ อาจจะต้องมาดูว่าจะขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไรบ้าง เช่น อาจจะต้องมีการขยายการลงทุน การปรับปรุงสนามบิน โดยเฉพาะในเมืองรอง หรือมีกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ จุดแข็งของประเทศไทย คือ การเป็นประเทศเกษตรกรรม ซึ่งถือเป็นเครื่องจักรตัวที่ 2 ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมีสินค้าหลัก 5 ชนิด เช่น ข้าว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้หารือกับกระทรวงพาณิชย์ว่าจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพื่อผลักดันราคาข้าวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนสินค้าชนิดอื่น ๆ อาจจะต้องมาดูในแง่ของการแข่งขันที่อาจจะยังสู้ตลาดโลกไม่ได้ โดยเฉพาะในเชิงต้นทุน และราคาขาย เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจเป็นแรงกดดัน ดังนั้นจึงต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้สินค้าเกษตรของไทย โดยเฉพาะสินค้าหลัก 5 ชนิด สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพที่ดี และมีราคาที่สามารถแข่งขันและสู้กับประเทศคู่แข่งได้

รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าวอีกว่า หากย้อนไปดูในไตรมาส 3-4/67 จะมีเม็ดเงินงบประมาณจากภาครัฐเข้าไป ทำให้เศรษฐกิจในไตรมาส 3/67 ขยายตัวได้ที่ 3% และไตรมาส 4/67 ขยายตัวได้ 3.2% ส่งผลให้ครึ่งหลังของปี 2567 สามารถขยายตัวได้เฉลี่ย 3.1% ซึ่งหากเข้าใจและสามารถรักษาการเติบโตตรงนี้ไว้ได้ ปรับปรุงส่วนที่ยังขาด รัฐบาลก็ยังเชื่อมั่นว่าจะสามารถผลักดันให้เศรษฐกิจไทยปี 2568 ขยายตัวได้มากกว่า 3% หรือเติบโตได้ตามเป้าหมายเชิงรุกถึง 3-3.5% ซึ่งตรงนี้ต้องทำงานกับหลายส่วน

“ที่ผ่านมา รัฐบาลได้เร่งผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมาแล้วหลายอย่าง แต่วันนี้ การเติบโตมันไม่ขึ้นไปตามที่คิด ก็ต้องมาดูกันว่ายังติดตรงไหน ต้องขับเคลื่อนที่จุดไหน บางทีเราอาจจะเฝ้าที่ปลายเหตุมากเกินไป จึงอาจจะต้องกลับมาดูที่ต้นเหตุ ว่าตัวไหนที่ใช่ และต้องประคับประคองให้การเติบโตยังเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง จากครึ่งหลังของปี 2567 ที่เศรษฐกิจขยายตัวเฉลี่ยที่ 3.1% ซึ่งส่วนตัวผม ตั้งเป้าหมายว่าปีนี้อยากจะให้โตเกิน 3% ขึ้นไป ซึ่งการตั้งเป้าหมายเชิงรุกแบบนี้ เพื่อให้ทุกฝ่ายทำงานกันอย่างเต็มที่ ต้องมีเนื้องานออกมา ซึ่งทั้งหมดก็จะมีผลในด้านการอุปโภคบริโภคตามมา ส่วนว่าจะมีมาตรการอะไรออกมา ก็ต้องมาคุยกันก่อน” นายพิชัย กล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ก.พ. 68)

Tags: , , , ,
Back to Top