
ผลการศึกษาครั้งใหม่จากกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์กบ่งชี้ว่า มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนครั้งล่าสุดซึ่งประกาศใช้โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ นั้น จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ มากกว่าที่ข้อมูลการค้าของสหรัฐฯ ระบุไว้
การศึกษาดังกล่าวพบว่า ผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรที่นำมาใช้กับจีนจะรุนแรงมากเป็นพิเศษ หากคณะบริหารของปธน.ทรัมป์ยกเลิกการปฏิบัติที่เอื้อประโยชน์ต่อการนำเข้าสินค้ามูลค่าต่ำ (de minimis) หรือสินค้าที่มีมูลค่าน้อยกว่า 800 ดอลลาร์
“สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจากจีนลดลงไม่มากเท่ากับที่มีการรายงานในข้อมูลสถิติของทางการสหรัฐฯ” ฮันเตอร์ แอล คลาร์ก นักวิจัยของเฟดสาขานิวยอร์กระบุในผลการศึกษาซึ่งเผยแพร่เมื่อวันพุธ (26 ก.พ.) “ด้วยเหตุนี้ การปรับขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนล่าสุดอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ มากกว่าที่ข้อมูลของทางการสหรัฐฯ ระบุไว้”
ข้อมูลของทางการสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่า การนำเข้าจากจีนลดลงสู่ระดับ 13.4% ของการนำเข้าทั้งหมดในปี 2567 จากระดับ 21.6% ในปี 2561 ส่วนในแง่ของมูลค่านั้น การนำเข้าจากจีนลดลง 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 4.39 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาดังกล่าว
อย่าไงก็ดี ข้อมูลจากฝั่งของจีนแตกต่างกันออกไป โดยทางการจีนระบุว่า “การส่งออกไปยังสหรัฐฯ ลดลงเพียง 2.5% ซึ่งน้อยกว่า 1 ใน 3 ของที่ระบุในข้อมูลของฝั่งสหรัฐฯ” ส่วนในแง่ของมูลค่านั้น ข้อมูลจากจีนระบุว่า มูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น 9.12 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 5.24 แสนล้านดอลลาร์
“พูดง่าย ๆ ก็คือ สหรัฐฯ กำลังบอกว่าซื้อสินค้าจากจีนน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับสิ่งที่จีนบอกว่าขายให้กับสหรัฐฯ ดังนั้น ผลกระทบของมาตรการภาษีใหม่อาจจะมากกว่าที่คาดการณ์ไว้” คลาร์กกล่าว
คลาร์กยังกล่าวด้วยว่า ผลกระทบจะรุนแรงมากขึ้นหากปธน.ทรัมป์ยกเลิกเพดานการยกเว้นสำหรับการนำเข้าสินค้าแบบส่งตรงจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภค (direct-to-consumer imports) เพดานดังกล่าวถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 800 ดอลลาร์ จาก 200 ดอลลาร์ในปี 2559 ซึ่งส่งผลให้การสั่งซื้อในลักษณะดังกล่าว “เติบโตอย่างรวดเร็ว” ซึ่งนี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างสถิติของฝั่งสหรัฐฯ กับจีน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ก.พ. 68)
Tags: จีน, ธนาคารกลางสหรัฐ, ภาษีนำเข้า, เฟด, เศรษฐกิจสหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์