
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามในคำสังฝ่ายบริหารสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาความเป็นไปได้ในการเรียกเก็บภาษีนำเข้าทองแดง ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์ในการใช้มาตรการกำแพงภาษีเพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมของตน
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ปธน.ทรัมป์ลงนามคำสั่งดังกล่าววานนี้ (25 ก.พ.) ที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว ร่วมกับโฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยเขากล่าวว่า คำสั่งนี้จะสร้าง “ผลกระทบใหญ่”
การสอบสวนจะดำเนินการภายใต้มาตรา 232 แห่งกฎหมายการขยายการค้า (Trade Expansion Act) ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีในการใช้ข้อจำกัดทางการค้าด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ ดังเช่นที่ทรัมป์ได้กำหนดอัตราภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม 25% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมี.ค.นี้
ปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าของปธน.ทรัมป์ เจาะจงไปที่จีน โดยกล่าวว่าจีนใช้กำลังการผลิตที่เกินความต้องการและการทุ่มตลาดเป็นอาวุธทางเศรษฐกิจเพื่อครอบงำตลาดโลก ซึ่งถือเป็นการตัดราคาคู่แข่งอย่างเป็นระบบ และบีบให้คู่แข่งต้องเลิกทำธุรกิจในที่สุด
ทั้งนี้ ทองแดงเป็นส่วนประกอบสำคัญในสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่สายไฟฟ้าไปจนถึงแผงโซลาร์เซลล์และรางน้ำ ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่า สหรัฐฯ บริโภคทองแดงบริสุทธิ์ประมาณ 1.6 ล้านตันในปี 2567 ขณะที่ผลการวิจัยของมอร์แกน สแตนลีย์ระบุว่า สหรัฐฯ พึ่งพาทองแดงนำเข้าเป็นอย่างมาก โดยนำเข้าทองแดงสุทธิคิดเป็น 36% ของอุปสงค์ทั้งหมด
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 68)
Tags: กระทรวงพาณิชย์, ทองแดง, สหรัฐ, อุตสาหกรรม, เก็บภาษี, โดนัลด์ ทรัมป์