
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (25 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนม.ค.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
- ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 44.40 ดอลลาร์ หรือ 1.50% ปิดที่ 2,918.80 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคาทองคำปิดตลาดอ่อนแรงลงเนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไร หลังจากราคาพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,963.20 ดอลลาร์/ออนซ์เมื่อวันจันทร์
ราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์รวม 11 ครั้งนับตั้งแต่ต้นปี 2568 โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ปธน.ทรัมป์กล่าวยืนยันว่าจะเดินหน้าเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโก หลังสิ้นสุดระยะเวลาผ่อนผันเป็นเวลา 30 วัน โดยถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นในวันจันทร์ที่ผ่านมา แม้แคนาดาและเม็กซิโกเพิ่มการคุมเข้มตามแนวชายแดน และสกัดการลักลอบนำเข้ายาเฟนทานิลเข้าสู่สหรัฐก่อนเส้นตายในวันที่ 4 มี.ค.
ทั้งนี้ หากสหรัฐฯ เดินหน้าเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโกตามกำหนด ก็จะส่งผลกระทบต่อสินค้านำเข้าจากทั้งสองประเทศมูลค่ากว่า 9.18 แสนล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่รถยนต์ไปถึงพลังงาน
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนม.ค.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 68)
Tags: COMEX, ทองคำนิวยอร์ก, ราคาทอง, ราคาทองคำ