SGP ออกหุ้นกู้ชุดใหม่อายุราว 3 ปีครึ่งดอกเบี้ยในช่วง 4.75-4.80% ขายผู้ลงทุนทั่วไป 2-6 ส.ค.นี้

นายศุภชัย วีรบวรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) เปิดเผยว่า บริษัทยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนเพื่อออกและเสนอขายหุ้นกู้ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ อายุ 3 ปี 6 เดือน 12 วัน อัตราดอกเบี้ยราว 4.75-4.80% ต่อปี กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน โดยจะประกาศอัตราดอกเบี้ยสุดท้ายให้ทราบอีกครั้ง

บริษัทคาดว่าเสนอขายระหว่างวันที่ 2 และ 5 – 6 สิงหาคม 2567 ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ 6 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย บล.เอเซีย พลัส บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) บล.ดาโอ (ประเทศไทย) และ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) โดยการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้เพื่อนำเงินไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการภายในปี 2567

สำหรับหุ้นกู้ที่จะจัดจำหน่ายในครั้งนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ Investment Grade ที่ “BBB+” เช่นเดียวกับอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ โดยบริษัทได้รับการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตจาก “ลบ” ขึ้นมาเป็น “คงที่” จากทริสเรทติ้ง เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2567

โดยทริสเรทติ้ง ระบุว่า อันดับความน่าเชื่อถือดังกล่าวสะท้อนถึงผลการดำเนินงานของบริษัทที่ปรับตัวดีขึ้นรวมถึงการปรับปรุงงบลงทุนสำหรับการก่อสร้างคลังเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งกระจายการลงทุนออกเป็น 2 ระยะและจะช่วยลดความต้องการเงินทุนในระยะสั้นลง นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงตำแหน่งทางการตลาดของบริษัทในฐานะผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) รายใหญ่อันดับสองในประเทศไทยและชื่อเสียงทางธุรกิจของบริษัทในตลาดก๊าซ LPG หลากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

SGP เป็นผู้นำในธุรกิจจัดจำหน่ายก๊าซปิโตเลียมเหลว หรือก๊าซ LPG ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ครอบคลุมทั้งภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และภาคขนส่ง มีระบบการขนส่งทั้งทางรถและทางเรือ ทำให้มีการจัดส่งก๊าซไปยังลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีเครือข่ายในการกระจายสินค้าที่ครอบคลุมทั้งประเทศ สำหรับธุรกิจก๊าซแอลพีจีในต่างประเทศ บริษัทฯ มีคลังก๊าซแอลพีจีในประเทศจีน สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และลาว ที่ใช้ในการจำหน่ายก๊าซแอลพีจีทั่วภูมิภาคเอเชีย

นอกจากนี้ บริษัทยังมีธุรกิจอื่นๆ ที่นอกเหนือจากก๊าซแอลพีจี ประกอบไปด้วยธุรกิจโรงไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าจำนวน 2 แห่ง ในประเทศเมียนมา มีกำลังการผลิต 230 เมกะวัตต์ และ 10 เมกะวัตต์ ตามลำดับ และธุรกิจให้บริการคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือน้ำลึก อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง

ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 1/67 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขาย ขนส่ง และให้บริการเป็นจำนวน 23,260.69 ล้านบาท และมีผลกำไรขั้นต้น 1,235.61 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 5.31 ของรายได้รวม เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2566 กลุ่มกิจการมีผลกำไรขั้นต้นจำนวน 805.36 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.27 ของรายได้รวม โดยกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจำนวน 430.25 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 53.42 ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนสินค้ามีราคาต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 349.29 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 120.02 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ก.ค. 67)

Tags: , , ,
Back to Top