ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันพฤหัสบดี (2 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวขึ้น แต่ข้อมูลที่บ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนยังคงอยู่ในระดับสูงนั้นทำให้นักลงทุนวิตกว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป
- ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 460.02 จุด เพิ่มขึ้น 2.34 จุด หรือ +0.51%
- ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,284.22 จุด เพิ่มขึ้น 49.97 จุด หรือ +0.69%
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 15,327.64 จุด เพิ่มขึ้น 22.62 จุด หรือ +0.15% และ
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,944.04 จุด เพิ่มขึ้น 29.11 จุด หรือ +0.37%
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 1.4% โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น หลังจากมีสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่
การอ่อนค่าลงอย่างมากของเงินปอนด์ได้ช่วยหนุนตลาดหุ้นลอนดอน
นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคของอังกฤษพุ่งขึ้น อาทิ หุ้นดิอาจีโอและหุ้นยูนิลีเวอร์ปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มของยุโรป เพิ่มขึ้น 1.8%
อย่างไรก็ตาม ตลาดถูกกดดันหลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคของยูโรโซนเพิ่มขึ้น 8.5% ในเดือนก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้น 8.6% ในเดือนม.ค. แต่ยังคงสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ 8.2%
ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ สเปน, ฝรั่งเศสและเยอรมนีเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งได้เพิ่มความวิตกว่า ECB จะยังคงต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป
หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลง 0.8% หลังหุ้นเอชเอสบีซี โฮลดิ้งส์ ร่วง 3.3% เนื่องจากการขึ้นเครื่องหมาย XD
หุ้นเครดิต สวิส ดิ่งลง 7% แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ หลังมีรายงานในสัปดาห์นี้เกี่ยวกับการลาออกของบุคลากรที่มีความสามารถ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 มี.ค. 66)
Tags: ตลาดหุ้น, ตลาดหุ้นยุโรป