
นางสาวสุวรรณี สุวรรณแสงโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ตาชำนิ (CEYE) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 66 เติบโตถึง 37% ไปที่ 456 ล้านบาท จากปีนี้ที่มั่นใจว่าจะทำรายได้มากว่า 300 ล้านบาท จากปัจจัยหนุนของธุรกิจหลัก คือ การผลิตสื่อ ยังมีแนวโน้มงานเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ทำให้ผู่ประกอบการกลับมาใช้งบทำสื่อโฆษณามากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภค (FMCG) กลุ่มสินค้าอิเลคทรอนิกส์ และกลุ่มรถยนต์ ที่มีการทำการตลาดมากขึ้น
บริษัทคาดว่าการใช้เม็ดเงินโฆษณาในปี 66 จะเติบโตขึ้นจากปีนี้ หรือมีมูลค่ารวมกว่า 1.31 แสนล้านบาท จากการที่ผู้ประกอบการต่างๆยังคงทำสื่อโฆษณาอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย และมีความต้องการใช้สื่อในทุกช่องทาง โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย และสื่อวิดีโอ ซึ่งบริษัทมีความเชี่ยวชาญ ส่งผลบวกต่อภาพรวมการเติบโตของบริษัทในปีหน้า คาดว่าจะมีงานเข้ามาสูงกว่าปี 65 หรือมากกว่า 1,000 งานในปี 66
ขณะเดียวกัน บริษัทได้เดินหน้าเข้าสู่แผน CEYE 2.0 วางเป้ารายได้ในปี 69 เพิ่มขึ้นไปแตะระดับ 600 ล้านบาท ด้วยการขยายงานด้านการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับสื่อและการบริหารจัดการสื่อเข้ามาเสริม ล่าสุดบริษัทได้เข้าซื้อกิจการ ZEALOTS บริษัทด้าน Post-Production ที่จะเสริมให้การทำงานเกี่ยวกับการผลิตสื่อของบริษัทมีความครบวงจรมากขึ้น และช่วยบริษัทสามารถลดต้นทุนได้
ZEALOTS ทำงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และซีรีส์ รวมถึง modern trade ซึ่งมีข้อแตกต่างกับกลุ่มลูกค้าปัจจุบันของบริษัท จึงจะเข้ามาเป็นส่วนช่วยพิ่มโอกาสขยายไปยังกลุ่มลูกค้าอื่นๆ โดยบริษัทเล็งเห็นโอกาสการลงทุนในธุรกิจ Post-Production ภาพเคลื่อนไหวที่จะสามารถสร้างผลการดำเนินงานที่ดีในระยะยาว รวมทั้งสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุน ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้ถือหุ้น
และยังเข้าซื้อธุรกิจ Creative Agency ด้าน Integrated Marketing Communication โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี และแบรนด์ชั้นนำ เพราะบริษัทเล็งเห็นการขยายงานบริการด้านสื่อสารการตลาด และที่ปรึกษาด้านการตลาด รวมถึงการบริหารช่องทางการสื่อสาร เพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจเดิม เพราะผู้ประกอบการยุคนี้ต้องการปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ และการสื่อสารทางการตลาดในรูปแบบใหม่ที่ทันสมัย และต้องการผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารช่องทางสื่อออนไลน์ต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้บริการของบริษัทครบวงจรมากขึ้น
บริษัทยังวางงบลงทุนในปี 66 ราว 60-100 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจหลัก และรองรับทำดีล M&A ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเพิ่มเติม ส่วนเรื่องต้นทุนทางการเงินของบริษัท มองว่าไม่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ย เพราะมีหนี้สินเพียง 40 ล้านบาท
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ธ.ค. 65)
Tags: CEYE, ตาชำนิ, สุวรรณี สุวรรณแสงโรจน์, หุ้นไทย